ชื่อเรื่อง :
ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : iit0xhNTue15301.jpg

ชื่อไฟล์ : แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับจ้างเหมาจัดเตรียมสถานที่โครงการแข่งขันฟุตซอล ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับจ้างเหมาจัดเตรียมสถานที่โครงการแข่งขันฟุตซอล ../add_file/แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับจ้างเหมาจัดเตรียมสถานที่โครงการแข่งขันฟุตซอล

ชื่อไฟล์ : ตัวอย่างเอกสาร online ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ตัวอย่างเอกสาร online ../add_file/ตัวอย่างเอกสาร online

ชื่อไฟล์ : ตัวอย่างเอกสาร online ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ตัวอย่างเอกสาร online ../add_file/ตัวอย่างเอกสาร online

ชื่อไฟล์ : ข้อมูลระบบ ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ข้อมูลระบบ ../add_file/ข้อมูลระบบ

ชื่อไฟล์ : บทความใหม่ ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: บทความใหม่ ../add_file/บทความใหม่

ชื่อไฟล์ : ตัวอย่างเอกสาร online ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ตัวอย่างเอกสาร online ../add_file/ตัวอย่างเอกสาร online

ชื่อไฟล์ : {$Duration:1200,$Opacity:2} ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: {$Duration:1200,$Opacity:2} ../add_file/{$Duration:1200,$Opacity:2}

ชื่อไฟล์ : FM5StIFSun31114.jpg

ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุง ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: รอปรับปรุง ../add_file/รอปรับปรุง

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : เข้ามาเยี่ยมชมครับ ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: เข้ามาเยี่ยมชมครับ ../add_file/เข้ามาเยี่ยมชมครับ

ชื่อไฟล์ :

รอปรับปรุง ใหม่

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

รอปรับปรุง ใหม่

../add_file/

รอปรับปรุง ใหม่



ชื่อไฟล์ :

รอปรับปรุง

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

รอปรับปรุง

../add_file/

รอปรับปรุง



ชื่อไฟล์ : w3-animate-opacity ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: w3-animate-opacity ../add_file/w3-animate-opacity

ชื่อไฟล์ :

รอปรับปรุง

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

รอปรับปรุง

../add_file/

รอปรับปรุง



ชื่อไฟล์ :
  • Q: สามารถติดต่อ องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัยได้ทางไหนบ้างค่ะ

    A: โทรศัพท์ : 043-563-168

  • Q: วิสัยทัศน์ ขององค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย คืออะไรค่ะ

    A: " การเกษตรก้าวหน้า พัฒนาคุณภาพชีวิต บูรณาการงานบริหาร "

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:
  • Q: สามารถติดต่อ องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัยได้ทางไหนบ้างค่ะ

    A: โทรศัพท์ : 043-563-168

  • Q: วิสัยทัศน์ ขององค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย คืออะไรค่ะ

    A: " การเกษตรก้าวหน้า พัฒนาคุณภาพชีวิต บูรณาการงานบริหาร "

../add_file/
  • Q: สามารถติดต่อ องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัยได้ทางไหนบ้างค่ะ

    A: โทรศัพท์ : 043-563-168

  • Q: วิสัยทัศน์ ขององค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย คืออะไรค่ะ

    A: " การเกษตรก้าวหน้า พัฒนาคุณภาพชีวิต บูรณาการงานบริหาร "



ชื่อไฟล์ :

 

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

 

../add_file/

 



ชื่อไฟล์ :

 

องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย

ที่อยู่ 171 หมู่ที่ 4 ต.โพธิ์สัย อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด 45280

โทร 0-4356-3168 โทรสาร. 0-4356-316

เว็บไซต์  www.phosai-sao.go.th

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

 

องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย

ที่อยู่ 171 หมู่ที่ 4 ต.โพธิ์สัย อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด 45280

โทร 0-4356-3168 โทรสาร. 0-4356-316

เว็บไซต์  www.phosai-sao.go.th

../add_file/

 

องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย

ที่อยู่ 171 หมู่ที่ 4 ต.โพธิ์สัย อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด 45280

โทร 0-4356-3168 โทรสาร. 0-4356-316

เว็บไซต์  www.phosai-sao.go.th



ชื่อไฟล์ :

สถานที่ท่องเที่ยว2234dsfasf

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

สถานที่ท่องเที่ยว2234dsfasf

../add_file/

สถานที่ท่องเที่ยว2234dsfasf



ชื่อไฟล์ : ทดสอบ ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ทดสอบ ../add_file/ทดสอบ

ชื่อไฟล์ :

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ของเรา

ไม่ว่าท่านจะเคยได้ยินอะไรเกี่ยวกับการจัดทำเว็บไซต์...

เราพร้อมที่จะพัฒนาให้ระบบทำงานได้ดี และรวดเร็วง่ายสำหรับทุกคน

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ของเรา

ไม่ว่าท่านจะเคยได้ยินอะไรเกี่ยวกับการจัดทำเว็บไซต์...

เราพร้อมที่จะพัฒนาให้ระบบทำงานได้ดี และรวดเร็วง่ายสำหรับทุกคน

../add_file/

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ของเรา

ไม่ว่าท่านจะเคยได้ยินอะไรเกี่ยวกับการจัดทำเว็บไซต์...

เราพร้อมที่จะพัฒนาให้ระบบทำงานได้ดี และรวดเร็วง่ายสำหรับทุกคน



ชื่อไฟล์ :
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:
../add_file/


ชื่อไฟล์ :

เราเป็นผู้พัฒนาเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย ด้วยระบบ easyweb ใช้งานง่าย พร้อมแสดงได้ในแทบเล็ต และมือถือ

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

เราเป็นผู้พัฒนาเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย ด้วยระบบ easyweb ใช้งานง่าย พร้อมแสดงได้ในแทบเล็ต และมือถือ

../add_file/

เราเป็นผู้พัฒนาเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย ด้วยระบบ easyweb ใช้งานง่าย พร้อมแสดงได้ในแทบเล็ต และมือถือ



ชื่อไฟล์ :

การพัฒนาระบบของเรา

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

การพัฒนาระบบของเรา

../add_file/

การพัฒนาระบบของเรา



ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุงข้อมูล... ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: รอปรับปรุงข้อมูล... ../add_file/ รอปรับปรุงข้อมูล...

ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุง ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: รอปรับปรุง ../add_file/รอปรับปรุง

ชื่อไฟล์ : ข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้ หรือ อาจเปิดเผยได้ 1. เรื่องต่าง ๆ หรือมติคณะผู้บริหารที่ยังคงชั้นความลับ 2. เรื่องทั่วไปที่ไม่เป็นมติคณะผู้บริหาร ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรหรือสถาบัน 3. รายงานการประชุมคณะผู้บริหารที่เป็นการประชุมลับหรือเรื่องหรือประเด็นอภิปรายที่ไม่มีการยืนยันมติคณะผู้บริหาร 4. ประวัติพนักงาน ลูกจ้างของเทศบาลนครปากเกร็ด 5. ประวัติคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลนครปากเกร็ด 6. ประวัติผู้เลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครปากเกร็ด 7. เอกสารทะเบียนราษฎร 8. หนังสือลับ ที่ประทับตรา ลับ ลับมาก ปกปิด 9. ข้อมูลรายละเอียดสถานประกอบการต่าง ๆ ในเขตเทศบาลนครปากเกร็ด ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้ หรือ อาจเปิดเผยได้ 1. เรื่องต่าง ๆ หรือมติคณะผู้บริหารที่ยังคงชั้นความลับ 2. เรื่องทั่วไปที่ไม่เป็นมติคณะผู้บริหาร ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรหรือสถาบัน 3. รายงานการประชุมคณะผู้บริหารที่เป็นการประชุมลับหรือเรื่องหรือประเด็นอภิปรายที่ไม่มีการยืนยันมติคณะผู้บริหาร 4. ประวัติพนักงาน ลูกจ้างของเทศบาลนครปากเกร็ด 5. ประวัติคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลนครปากเกร็ด 6. ประวัติผู้เลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครปากเกร็ด 7. เอกสารทะเบียนราษฎร 8. หนังสือลับ ที่ประทับตรา ลับ ลับมาก ปกปิด 9. ข้อมูลรายละเอียดสถานประกอบการต่าง ๆ ในเขตเทศบาลนครปากเกร็ด ../add_file/ข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้ หรือ อาจเปิดเผยได้ 1. เรื่องต่าง ๆ หรือมติคณะผู้บริหารที่ยังคงชั้นความลับ 2. เรื่องทั่วไปที่ไม่เป็นมติคณะผู้บริหาร ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรหรือสถาบัน 3. รายงานการประชุมคณะผู้บริหารที่เป็นการประชุมลับหรือเรื่องหรือประเด็นอภิปรายที่ไม่มีการยืนยันมติคณะผู้บริหาร 4. ประวัติพนักงาน ลูกจ้างของเทศบาลนครปากเกร็ด 5. ประวัติคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลนครปากเกร็ด 6. ประวัติผู้เลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครปากเกร็ด 7. เอกสารทะเบียนราษฎร 8. หนังสือลับ ที่ประทับตรา ลับ ลับมาก ปกปิด 9. ข้อมูลรายละเอียดสถานประกอบการต่าง ๆ ในเขตเทศบาลนครปากเกร็ด

ชื่อไฟล์ :
 
วิสัยทัศน์ (Vision)
" มุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง มีแหล่งท่องเที่ยวสิ่งแวดล้อมที่ดี การบริหารงานแบบธรรมาภิบาล การเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเป็นเมืองน่าอยู่ของอำเภอศรีสมเด็จ "
 
พันธกิจ (Mission)
พัฒนา ก่อสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซมถนนและทางเท้าให้ครอบคลุมพื้นที่
ก่อสร้างระบบการจำหน่ายน้ำประปาให้เพียงพอได้มาตรฐานและทั่วถึง
สนับสนุนการศึกษาให้เป็นเลิศทางวิชาการ ควบคู่กับการส่งเสริมจริยธรรมและการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมห่างไกลยาเสพติด
พัฒนาคุณภาพชีวิต ให้ความรู้ด้านสุขภาพ ส่งเสริมสวัสดิการให้แก่ประชาชน
มีการพัฒนาเครื่องมือเครื่องใช้ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
รักษาขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้ดำรงอยู่สืบต่อไป
จัดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาเทศบาลและการบริการสาธารณะ จัดการแก้ไขปัญหาของชุมชน
ปรับปรุงการบริหารงานเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ให้มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใสและเป็นธรรม
จัดตั้งศูนย์บริการร่วม เพื่อบริการประชาชนให้สะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ส่งเสริมให้มีการบริการข้อมูลข่าวสารด้านอินเตอร์เน็ตให้กับพนักงาน ประชาชนเพื่อทันต่อเหตุการณ์ในปัจจุบัน
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:
 
วิสัยทัศน์ (Vision)
" มุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง มีแหล่งท่องเที่ยวสิ่งแวดล้อมที่ดี การบริหารงานแบบธรรมาภิบาล การเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเป็นเมืองน่าอยู่ของอำเภอศรีสมเด็จ "
 
พันธกิจ (Mission)
พัฒนา ก่อสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซมถนนและทางเท้าให้ครอบคลุมพื้นที่
ก่อสร้างระบบการจำหน่ายน้ำประปาให้เพียงพอได้มาตรฐานและทั่วถึง
สนับสนุนการศึกษาให้เป็นเลิศทางวิชาการ ควบคู่กับการส่งเสริมจริยธรรมและการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมห่างไกลยาเสพติด
พัฒนาคุณภาพชีวิต ให้ความรู้ด้านสุขภาพ ส่งเสริมสวัสดิการให้แก่ประชาชน
มีการพัฒนาเครื่องมือเครื่องใช้ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
รักษาขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้ดำรงอยู่สืบต่อไป
จัดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาเทศบาลและการบริการสาธารณะ จัดการแก้ไขปัญหาของชุมชน
ปรับปรุงการบริหารงานเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ให้มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใสและเป็นธรรม
จัดตั้งศูนย์บริการร่วม เพื่อบริการประชาชนให้สะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ส่งเสริมให้มีการบริการข้อมูลข่าวสารด้านอินเตอร์เน็ตให้กับพนักงาน ประชาชนเพื่อทันต่อเหตุการณ์ในปัจจุบัน
../add_file/
 
วิสัยทัศน์ (Vision)
" มุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง มีแหล่งท่องเที่ยวสิ่งแวดล้อมที่ดี การบริหารงานแบบธรรมาภิบาล การเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเป็นเมืองน่าอยู่ของอำเภอศรีสมเด็จ "
 
พันธกิจ (Mission)
พัฒนา ก่อสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซมถนนและทางเท้าให้ครอบคลุมพื้นที่
ก่อสร้างระบบการจำหน่ายน้ำประปาให้เพียงพอได้มาตรฐานและทั่วถึง
สนับสนุนการศึกษาให้เป็นเลิศทางวิชาการ ควบคู่กับการส่งเสริมจริยธรรมและการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมห่างไกลยาเสพติด
พัฒนาคุณภาพชีวิต ให้ความรู้ด้านสุขภาพ ส่งเสริมสวัสดิการให้แก่ประชาชน
มีการพัฒนาเครื่องมือเครื่องใช้ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
รักษาขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้ดำรงอยู่สืบต่อไป
จัดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาเทศบาลและการบริการสาธารณะ จัดการแก้ไขปัญหาของชุมชน
ปรับปรุงการบริหารงานเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ให้มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใสและเป็นธรรม
จัดตั้งศูนย์บริการร่วม เพื่อบริการประชาชนให้สะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ส่งเสริมให้มีการบริการข้อมูลข่าวสารด้านอินเตอร์เน็ตให้กับพนักงาน ประชาชนเพื่อทันต่อเหตุการณ์ในปัจจุบัน


ชื่อไฟล์ :

อีเมลล์ : 
เบอร์โทร :

การดำเนินการด้านการบริหารงานบุคคล

- การวางแผนกำลังคน พิจารณาจัดระเบียบงานและโครงสร้าง การแบ่งส่วนราชการของ อบต. การปรับปรุงการกำหนดตำแหน่ง การควบคุณมการใช้อัตรากำลังของพนักงานส่วนตำบล

- การสรรหา บรรจุและแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การประเมินบุคคลและผลงาน การโอน ย้าย การออกจากราชการ และการประเมินผลการปฏิบัติงาน 

- การดำเนินการด้านทะเบียนประวัติและบำเหน็จบำนาญ การลาประเภทต่าง ๆ การขอพระราชทานเครื่องราชฯ การออกหนังสือสำคัญ และหนังสือรับรองเพื่อสิทธิต่างๆ การขอบำเหน็จบำนาญ เงินทำขวัญ เงินช่วยเหลือ 

- การจัดทำแผนกลยุทธของ อบต. และแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ การตรวจสอบสืบสวนหาข้อเท็จจริง ร้องเรียน แจ้งเบาะแส ดำเนินการทางวินัยพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับอุทธรณ์ การวางแผนเสริมสร้างและปรับปรุงระบบงานวินัย การรักาาวินัยและจรรยาของพนักงานส่วนตำบลให้สดอคล้องกับประกาศคุณะรรม จริยธรรม และจรรยาวิชาชนองค์กร 

- การดำเนินการด้านการฝึกอบรม

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

อีเมลล์ : 
เบอร์โทร :

การดำเนินการด้านการบริหารงานบุคคล

- การวางแผนกำลังคน พิจารณาจัดระเบียบงานและโครงสร้าง การแบ่งส่วนราชการของ อบต. การปรับปรุงการกำหนดตำแหน่ง การควบคุณมการใช้อัตรากำลังของพนักงานส่วนตำบล

- การสรรหา บรรจุและแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การประเมินบุคคลและผลงาน การโอน ย้าย การออกจากราชการ และการประเมินผลการปฏิบัติงาน 

- การดำเนินการด้านทะเบียนประวัติและบำเหน็จบำนาญ การลาประเภทต่าง ๆ การขอพระราชทานเครื่องราชฯ การออกหนังสือสำคัญ และหนังสือรับรองเพื่อสิทธิต่างๆ การขอบำเหน็จบำนาญ เงินทำขวัญ เงินช่วยเหลือ 

- การจัดทำแผนกลยุทธของ อบต. และแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ การตรวจสอบสืบสวนหาข้อเท็จจริง ร้องเรียน แจ้งเบาะแส ดำเนินการทางวินัยพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับอุทธรณ์ การวางแผนเสริมสร้างและปรับปรุงระบบงานวินัย การรักาาวินัยและจรรยาของพนักงานส่วนตำบลให้สดอคล้องกับประกาศคุณะรรม จริยธรรม และจรรยาวิชาชนองค์กร 

- การดำเนินการด้านการฝึกอบรม

../add_file/

อีเมลล์ : 
เบอร์โทร :

การดำเนินการด้านการบริหารงานบุคคล

- การวางแผนกำลังคน พิจารณาจัดระเบียบงานและโครงสร้าง การแบ่งส่วนราชการของ อบต. การปรับปรุงการกำหนดตำแหน่ง การควบคุณมการใช้อัตรากำลังของพนักงานส่วนตำบล

- การสรรหา บรรจุและแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การประเมินบุคคลและผลงาน การโอน ย้าย การออกจากราชการ และการประเมินผลการปฏิบัติงาน 

- การดำเนินการด้านทะเบียนประวัติและบำเหน็จบำนาญ การลาประเภทต่าง ๆ การขอพระราชทานเครื่องราชฯ การออกหนังสือสำคัญ และหนังสือรับรองเพื่อสิทธิต่างๆ การขอบำเหน็จบำนาญ เงินทำขวัญ เงินช่วยเหลือ 

- การจัดทำแผนกลยุทธของ อบต. และแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ การตรวจสอบสืบสวนหาข้อเท็จจริง ร้องเรียน แจ้งเบาะแส ดำเนินการทางวินัยพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับอุทธรณ์ การวางแผนเสริมสร้างและปรับปรุงระบบงานวินัย การรักาาวินัยและจรรยาของพนักงานส่วนตำบลให้สดอคล้องกับประกาศคุณะรรม จริยธรรม และจรรยาวิชาชนองค์กร 

- การดำเนินการด้านการฝึกอบรม



ชื่อไฟล์ :

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

../add_file/



ชื่อไฟล์ : Q: สามารถติดต่อ องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัยได้ทางไหนบ้างค่ะ A: โทรศัพท์ : 043-563-168 Q: วิสัยทัศน์ ขององค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย คืออะไรค่ะ A: " การเกษตรก้าวหน้า พัฒนาคุณภาพชีวิต บูรณาการงานบริหาร " ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: Q: สามารถติดต่อ องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัยได้ทางไหนบ้างค่ะ A: โทรศัพท์ : 043-563-168 Q: วิสัยทัศน์ ขององค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย คืออะไรค่ะ A: " การเกษตรก้าวหน้า พัฒนาคุณภาพชีวิต บูรณาการงานบริหาร " ../add_file/Q: สามารถติดต่อ องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัยได้ทางไหนบ้างค่ะ A: โทรศัพท์ : 043-563-168 Q: วิสัยทัศน์ ขององค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย คืออะไรค่ะ A: " การเกษตรก้าวหน้า พัฒนาคุณภาพชีวิต บูรณาการงานบริหาร "

ชื่อไฟล์ : 1 ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: 1 ../add_file/1

ชื่อไฟล์ :

 

ข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้ หรือ อาจเปิดเผยได้

  1. เรื่องต่าง ๆ หรือมติคณะผู้บริหารที่ยังคงชั้นความลับ
  2. เรื่องทั่วไปที่ไม่เป็นมติคณะผู้บริหาร ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรหรือสถาบัน
  3. รายงานการประชุมคณะผู้บริหารที่เป็นการประชุมลับหรือเรื่องหรือประเด็นอภิปรายที่ไม่มีการยืนยันมติคณะผู้บริหาร
  4. ประวัติพนักงาน ลูกจ้างของเทศบาลนครปากเกร็ด
  5. ประวัติคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลนครปากเกร็ด
  6. ประวัติผู้เลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครปากเกร็ด
  7. เอกสารทะเบียนราษฎร
  8. หนังสือลับ ที่ประทับตรา ลับ ลับมาก ปกปิด
  9. ข้อมูลรายละเอียดสถานประกอบการต่าง ๆ ในเขตเทศบาลนครปากเกร็ด
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

 

ข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้ หรือ อาจเปิดเผยได้

  1. เรื่องต่าง ๆ หรือมติคณะผู้บริหารที่ยังคงชั้นความลับ
  2. เรื่องทั่วไปที่ไม่เป็นมติคณะผู้บริหาร ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรหรือสถาบัน
  3. รายงานการประชุมคณะผู้บริหารที่เป็นการประชุมลับหรือเรื่องหรือประเด็นอภิปรายที่ไม่มีการยืนยันมติคณะผู้บริหาร
  4. ประวัติพนักงาน ลูกจ้างของเทศบาลนครปากเกร็ด
  5. ประวัติคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลนครปากเกร็ด
  6. ประวัติผู้เลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครปากเกร็ด
  7. เอกสารทะเบียนราษฎร
  8. หนังสือลับ ที่ประทับตรา ลับ ลับมาก ปกปิด
  9. ข้อมูลรายละเอียดสถานประกอบการต่าง ๆ ในเขตเทศบาลนครปากเกร็ด
../add_file/

 

ข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้ หรือ อาจเปิดเผยได้

  1. เรื่องต่าง ๆ หรือมติคณะผู้บริหารที่ยังคงชั้นความลับ
  2. เรื่องทั่วไปที่ไม่เป็นมติคณะผู้บริหาร ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรหรือสถาบัน
  3. รายงานการประชุมคณะผู้บริหารที่เป็นการประชุมลับหรือเรื่องหรือประเด็นอภิปรายที่ไม่มีการยืนยันมติคณะผู้บริหาร
  4. ประวัติพนักงาน ลูกจ้างของเทศบาลนครปากเกร็ด
  5. ประวัติคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลนครปากเกร็ด
  6. ประวัติผู้เลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครปากเกร็ด
  7. เอกสารทะเบียนราษฎร
  8. หนังสือลับ ที่ประทับตรา ลับ ลับมาก ปกปิด
  9. ข้อมูลรายละเอียดสถานประกอบการต่าง ๆ ในเขตเทศบาลนครปากเกร็ด


ชื่อไฟล์ :
 

โครงการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน

ในสภาวการณ์ปัจจุบัน ผู้ประกอบการภายในประเทศมีอยู่หลายระดับ ทั้งที่เป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่ขนาดกลาง และขนาดย่อม ร่วมถึงผู้ผลิตในชุมชน ผู้ประกอบการบางรายสามารถผลิตสินค้าเพื่อส่งออกได้ แต่ยังมีผู้ประกอบการจำนวนมากที่เป็นผู้ประกอบการขนาดย่อมและผู้ผลิตในชุมชนที่ต้องการการพัฒนาและการส่งเสริมเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับ กระทรวงตสาหกรรมจึงได้มอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจัดทำโครงการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนขึ้นเพื่อเสริมสร้างให้ชุมชนนำภูมิปัญญาและทรัพยากรในท้องถิ่นมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ

โครงการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนให้การสนับสนุนในด้านการกำหนดมาตรฐานเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นที่ยอมรับและสามารถประกันคุณภาพให้ กับผู้บริโภคตลอดจนเป็นแนวทางที่เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์จากชุมชนสู่ตลาดผู้บริโภคอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศต่อไป

บทบาท สมอ. ตามโครงการ

บทบาท สมอ. ตามโครงการ

1. พิจารณากำหนด แก้ไข และยกเลิกมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน

2. ให้การรับรองคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนโดยการออกใบรับรองและการติดตามผลภายหลังได้การรับรองแล้ว

3. ส่งเสริม พัฒนา ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ข้อมูลและเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้ผลิตในชุมชน

4. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินการการตามที่ได้รับมอบหมาย

5. ติดตาม ประเมินผล และรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานให้กับคณะอนุกรรมการวิจัยพัฒนาคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยี ใน กอ.นตผ.แห่งชาติทราบทุกระยะ

6. ดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมาย

วัตถุประสงค์

1. เป็นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยสู่สากล

2. ส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ให้มีคุณค่าและสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

3. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ได้รับการรับรอง และแสดงเครื่องหมายรับรอง

4. ส่งเสริมด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายและสร้างความ มั่นใจให้กับผู้ผลิตระดับชุมชนในการทำผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตลอดจนผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชน

5. มุ่งเน้นให้มีการพัฒนาแบบยั่งยืน ยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นไปตามมาตรฐาน และสอดคล้องตามนโยบายรัฐบาลในโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์

 
 
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:
 

โครงการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน

ในสภาวการณ์ปัจจุบัน ผู้ประกอบการภายในประเทศมีอยู่หลายระดับ ทั้งที่เป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่ขนาดกลาง และขนาดย่อม ร่วมถึงผู้ผลิตในชุมชน ผู้ประกอบการบางรายสามารถผลิตสินค้าเพื่อส่งออกได้ แต่ยังมีผู้ประกอบการจำนวนมากที่เป็นผู้ประกอบการขนาดย่อมและผู้ผลิตในชุมชนที่ต้องการการพัฒนาและการส่งเสริมเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับ กระทรวงตสาหกรรมจึงได้มอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจัดทำโครงการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนขึ้นเพื่อเสริมสร้างให้ชุมชนนำภูมิปัญญาและทรัพยากรในท้องถิ่นมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ

โครงการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนให้การสนับสนุนในด้านการกำหนดมาตรฐานเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นที่ยอมรับและสามารถประกันคุณภาพให้ กับผู้บริโภคตลอดจนเป็นแนวทางที่เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์จากชุมชนสู่ตลาดผู้บริโภคอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศต่อไป

บทบาท สมอ. ตามโครงการ

บทบาท สมอ. ตามโครงการ

1. พิจารณากำหนด แก้ไข และยกเลิกมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน

2. ให้การรับรองคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนโดยการออกใบรับรองและการติดตามผลภายหลังได้การรับรองแล้ว

3. ส่งเสริม พัฒนา ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ข้อมูลและเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้ผลิตในชุมชน

4. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินการการตามที่ได้รับมอบหมาย

5. ติดตาม ประเมินผล และรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานให้กับคณะอนุกรรมการวิจัยพัฒนาคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยี ใน กอ.นตผ.แห่งชาติทราบทุกระยะ

6. ดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมาย

วัตถุประสงค์

1. เป็นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยสู่สากล

2. ส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ให้มีคุณค่าและสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

3. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ได้รับการรับรอง และแสดงเครื่องหมายรับรอง

4. ส่งเสริมด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายและสร้างความ มั่นใจให้กับผู้ผลิตระดับชุมชนในการทำผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตลอดจนผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชน

5. มุ่งเน้นให้มีการพัฒนาแบบยั่งยืน ยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นไปตามมาตรฐาน และสอดคล้องตามนโยบายรัฐบาลในโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์

 
 
../add_file/
 

โครงการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน

ในสภาวการณ์ปัจจุบัน ผู้ประกอบการภายในประเทศมีอยู่หลายระดับ ทั้งที่เป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่ขนาดกลาง และขนาดย่อม ร่วมถึงผู้ผลิตในชุมชน ผู้ประกอบการบางรายสามารถผลิตสินค้าเพื่อส่งออกได้ แต่ยังมีผู้ประกอบการจำนวนมากที่เป็นผู้ประกอบการขนาดย่อมและผู้ผลิตในชุมชนที่ต้องการการพัฒนาและการส่งเสริมเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับ กระทรวงตสาหกรรมจึงได้มอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจัดทำโครงการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนขึ้นเพื่อเสริมสร้างให้ชุมชนนำภูมิปัญญาและทรัพยากรในท้องถิ่นมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ

โครงการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนให้การสนับสนุนในด้านการกำหนดมาตรฐานเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นที่ยอมรับและสามารถประกันคุณภาพให้ กับผู้บริโภคตลอดจนเป็นแนวทางที่เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์จากชุมชนสู่ตลาดผู้บริโภคอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศต่อไป

บทบาท สมอ. ตามโครงการ

บทบาท สมอ. ตามโครงการ

1. พิจารณากำหนด แก้ไข และยกเลิกมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน

2. ให้การรับรองคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนโดยการออกใบรับรองและการติดตามผลภายหลังได้การรับรองแล้ว

3. ส่งเสริม พัฒนา ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ข้อมูลและเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้ผลิตในชุมชน

4. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินการการตามที่ได้รับมอบหมาย

5. ติดตาม ประเมินผล และรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานให้กับคณะอนุกรรมการวิจัยพัฒนาคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยี ใน กอ.นตผ.แห่งชาติทราบทุกระยะ

6. ดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมาย

วัตถุประสงค์

1. เป็นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยสู่สากล

2. ส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ให้มีคุณค่าและสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

3. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ได้รับการรับรอง และแสดงเครื่องหมายรับรอง

4. ส่งเสริมด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายและสร้างความ มั่นใจให้กับผู้ผลิตระดับชุมชนในการทำผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตลอดจนผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชน

5. มุ่งเน้นให้มีการพัฒนาแบบยั่งยืน ยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นไปตามมาตรฐาน และสอดคล้องตามนโยบายรัฐบาลในโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์

 
 


ชื่อไฟล์ :

 

สถานที่ท่องเที่ยว
สถานที่ท่องเที่ยวภายในตำบล เช่น วัดต่างๆ โบราณสถานที่สำคัญ ภายในตำบล เป็นต้น

ที่พัก
บรรยากาศดี ควรค่าการไปพัก ฯลฯ

ร้านอาหาร

ร้านอาหารประจำตำบล ร้านแนะนำ ร้านชัยลาบก้อย

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

 

สถานที่ท่องเที่ยว
สถานที่ท่องเที่ยวภายในตำบล เช่น วัดต่างๆ โบราณสถานที่สำคัญ ภายในตำบล เป็นต้น

ที่พัก
บรรยากาศดี ควรค่าการไปพัก ฯลฯ

ร้านอาหาร

ร้านอาหารประจำตำบล ร้านแนะนำ ร้านชัยลาบก้อย

../add_file/

 

สถานที่ท่องเที่ยว
สถานที่ท่องเที่ยวภายในตำบล เช่น วัดต่างๆ โบราณสถานที่สำคัญ ภายในตำบล เป็นต้น

ที่พัก
บรรยากาศดี ควรค่าการไปพัก ฯลฯ

ร้านอาหาร

ร้านอาหารประจำตำบล ร้านแนะนำ ร้านชัยลาบก้อย



ชื่อไฟล์ :

  

ที่ตั้ง  ตำบลโพธิ์สัย   อำเภอศรีสมเด็จ  จังหวัดร้อยเอ็ด   อยู่ห่างจากตัวจังหวัดร้อยเอ็ด  ประมาณ  20  กิโลเมตร  ห่างจากตัวอำเภอประมาณ  15  กิโลเมตร
 
อาณาเขต    
    ทิศเหนือ            ติดต่อกับ  ตำบลสีแก้ว                 อำเภอเมือง         จังหวัดร้อยเอ็ด
    ทิศตะวันออก      ติดต่อกับ   เทศบาลตำบลปอภาร    อำเภอเมือง         จังหวัดร้อยเอ็ด
    ทิศใต้               ติดต่อกับ   ตำบลสวนจิก               อำเภอศรีสมเด็จ    จังหวัดร้อยเอ็ด
    ทิศตะวันตก        ติดต่อกับ   ตำบลแกดำ                อำเภอแกดำ         จังหวัดมหาสารคาม
 
เนื้อที่   มีพื้นที่ทั้งหมด  28.10  ตารางกิโลเมตร  หรือประมาณ  17,562.5  ไร่
 
สภาพภูมิประเทศ สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปของตำบลโพธิ์สัย  มีภูมิประเทศลุ่มๆ ดอนๆ  มีหน้าดินลึก  มีการระบายน้ำค่อนข้างดี  ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ  มีความเป็นกรดเป็นด่างประมาณ  5.0-6.0   มีความลาดชัน  0-2 %  ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง   160-200  เมตร  เนื้อดินเป็นดินร่วนปนทราย  ไม่เหมาะกับการทำการเกษตร
 
จำนวนหมู่บ้าน 10 หมู่บ้าน 
 จำนวนหมู่บ้านในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมด 10 หมู่บ้าน   ประกอบด้วย
  หมู่ที่  1   บ้านโพธิ์สัยน้อย       หมู่ที่    2   บ้านโนนสมบูรณ์
  หมู่ที่  3   บ้านหนองแสง         หมู่ที่    4   บ้านโพธิ์สัย
  หมู่ที่  5   บ้านหญ้าคา             หมู่ที่   6   บ้านโคกกลาง
  หมู่ที่  7   บ้านโสกเชือก          หมู่ที่    8   บ้านโนนโพธิ์
  หมู่ที่  9   บ้านโพนทอง           หมู่ที่  10   บ้านโสกเชือก
 
ประชากร
ตำบลโพธิ์สัยมีประชากรทั้งสิ้น  7,801 คน  แยกเป็นชาย  4,731 คน  หญิง  3,070 คน  มีความหนาแน่นเฉลี่ย 284  คน/ตารางกิโลเมตร  จำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น  2,590  ครัวเรือน โดยแยกจำนวนประชากร และครัวเรือนตามหมู่บ้านต่าง ๆ ดังนี้
 

หมู่ที่

ชื่อหมู่บ้าน

จำนวนประชากร (คน)

รวม

จำนวน
ครัวเรือน(หลัง)

ชาย

หญิง

1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.

บ้านโพธิ์สัยน้อย
บ้านโนนสมบรูณ์
บ้านหนองแสง
บ้านโพธิ์สัย
บ้านหญ้าคา
บ้านโคกกลาง
บ้านโสกเชือก
บ้านโนนโพธิ์
บ้านโพนทอง
บ้านโสกเชือก

316
123
309
381
79
188
2,714
178
150
293

333
150
294
411
81
195
946
185
163
312

649
273
603
792
160
383
3,660
363
313
605

185
83
153
212
33
89
1,492
91
80
172

รวมทั้งตำบล

4,731

3,070

7,801

2,590

 

สภาพทางเศรษฐกิจ

 อาชีพ   ประชากรในตำบลโพธิ์สัย  ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาและทำไร่ยาสูบ  รองลงมาได้แก่  รับจ้าง
 
สภาพสังคม
    การศึกษา
      - โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์  ร้อยเอ็ด (ม.1 - ม.6)
 
      - โรงเรียนโพธิ์สัยสว่างวิทย์ ตั้งอยู่บ้านโพธิ์สัย หมู่ที่ 4 (ป.1 - ม.3)
 
      - โรงเรียนบ้านโสกเชือก ตั้งอยู่บ้านโสกเชือก หมู่ที่ 7 (ป.1 - ป.6)
 
      - โรงเรียนโพนทอง (สญชัยประชาเวท) ตั้งอยู่บ้านโพนทอง หมู่ที่ 9 (ป.1 - ป.6)
 
      - โรงเรียนหนองแสงโนนสมบูรณ์ ตั้งอยู่บ้านหนองแสง หมู่ที่ 3 (ป.1 - ป.6)
 
      - ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโพธิ์สัย และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโคกกลาง  (กรมการพัฒนาชุมชน)  ตั้งอยู่หมู่ที่ 4, 6
      - ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโสกเชือก (กรมการศาสนา) ตั้งอยู่หมู่ที่ 7
      - ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กค่ายสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช (อบต.โพธิ์สัย จัดตั้งเอง)
 
      - การศึกษานอกโรงเรียน มีการเปิดศูนย์การศึกษาที่ศูนย์การเรียนรู้ หมู่ที่ 7
      - ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน 10 แห่ง ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ถึง หมู่ที่ 10
 
สถาบันและองค์กรทางศาสนา 
      - วัด/สำนักสงฆ์ จำนวน 11 แห่ง
 
สาธารณสุข
      - โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 1 แห่ง ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 บ้านโพธิ์สัย ตำบลโพธิ์สัย อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด
 
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

  

ที่ตั้ง  ตำบลโพธิ์สัย   อำเภอศรีสมเด็จ  จังหวัดร้อยเอ็ด   อยู่ห่างจากตัวจังหวัดร้อยเอ็ด  ประมาณ  20  กิโลเมตร  ห่างจากตัวอำเภอประมาณ  15  กิโลเมตร
 
อาณาเขต    
    ทิศเหนือ            ติดต่อกับ  ตำบลสีแก้ว                 อำเภอเมือง         จังหวัดร้อยเอ็ด
    ทิศตะวันออก      ติดต่อกับ   เทศบาลตำบลปอภาร    อำเภอเมือง         จังหวัดร้อยเอ็ด
    ทิศใต้               ติดต่อกับ   ตำบลสวนจิก               อำเภอศรีสมเด็จ    จังหวัดร้อยเอ็ด
    ทิศตะวันตก        ติดต่อกับ   ตำบลแกดำ                อำเภอแกดำ         จังหวัดมหาสารคาม
 
เนื้อที่   มีพื้นที่ทั้งหมด  28.10  ตารางกิโลเมตร  หรือประมาณ  17,562.5  ไร่
 
สภาพภูมิประเทศ สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปของตำบลโพธิ์สัย  มีภูมิประเทศลุ่มๆ ดอนๆ  มีหน้าดินลึก  มีการระบายน้ำค่อนข้างดี  ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ  มีความเป็นกรดเป็นด่างประมาณ  5.0-6.0   มีความลาดชัน  0-2 %  ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง   160-200  เมตร  เนื้อดินเป็นดินร่วนปนทราย  ไม่เหมาะกับการทำการเกษตร
 
จำนวนหมู่บ้าน 10 หมู่บ้าน 
 จำนวนหมู่บ้านในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมด 10 หมู่บ้าน   ประกอบด้วย
  หมู่ที่  1   บ้านโพธิ์สัยน้อย       หมู่ที่    2   บ้านโนนสมบูรณ์
  หมู่ที่  3   บ้านหนองแสง         หมู่ที่    4   บ้านโพธิ์สัย
  หมู่ที่  5   บ้านหญ้าคา             หมู่ที่   6   บ้านโคกกลาง
  หมู่ที่  7   บ้านโสกเชือก          หมู่ที่    8   บ้านโนนโพธิ์
  หมู่ที่  9   บ้านโพนทอง           หมู่ที่  10   บ้านโสกเชือก
 
ประชากร
ตำบลโพธิ์สัยมีประชากรทั้งสิ้น  7,801 คน  แยกเป็นชาย  4,731 คน  หญิง  3,070 คน  มีความหนาแน่นเฉลี่ย 284  คน/ตารางกิโลเมตร  จำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น  2,590  ครัวเรือน โดยแยกจำนวนประชากร และครัวเรือนตามหมู่บ้านต่าง ๆ ดังนี้
 

หมู่ที่

ชื่อหมู่บ้าน

จำนวนประชากร (คน)

รวม

จำนวน
ครัวเรือน(หลัง)

ชาย

หญิง

1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.

บ้านโพธิ์สัยน้อย
บ้านโนนสมบรูณ์
บ้านหนองแสง
บ้านโพธิ์สัย
บ้านหญ้าคา
บ้านโคกกลาง
บ้านโสกเชือก
บ้านโนนโพธิ์
บ้านโพนทอง
บ้านโสกเชือก

316
123
309
381
79
188
2,714
178
150
293

333
150
294
411
81
195
946
185
163
312

649
273
603
792
160
383
3,660
363
313
605

185
83
153
212
33
89
1,492
91
80
172

รวมทั้งตำบล

4,731

3,070

7,801

2,590

 

สภาพทางเศรษฐกิจ

 อาชีพ   ประชากรในตำบลโพธิ์สัย  ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาและทำไร่ยาสูบ  รองลงมาได้แก่  รับจ้าง
 
สภาพสังคม
    การศึกษา
      - โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์  ร้อยเอ็ด (ม.1 - ม.6)
 
      - โรงเรียนโพธิ์สัยสว่างวิทย์ ตั้งอยู่บ้านโพธิ์สัย หมู่ที่ 4 (ป.1 - ม.3)
 
      - โรงเรียนบ้านโสกเชือก ตั้งอยู่บ้านโสกเชือก หมู่ที่ 7 (ป.1 - ป.6)
 
      - โรงเรียนโพนทอง (สญชัยประชาเวท) ตั้งอยู่บ้านโพนทอง หมู่ที่ 9 (ป.1 - ป.6)
 
      - โรงเรียนหนองแสงโนนสมบูรณ์ ตั้งอยู่บ้านหนองแสง หมู่ที่ 3 (ป.1 - ป.6)
 
      - ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโพธิ์สัย และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโคกกลาง  (กรมการพัฒนาชุมชน)  ตั้งอยู่หมู่ที่ 4, 6
      - ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโสกเชือก (กรมการศาสนา) ตั้งอยู่หมู่ที่ 7
      - ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กค่ายสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช (อบต.โพธิ์สัย จัดตั้งเอง)
 
      - การศึกษานอกโรงเรียน มีการเปิดศูนย์การศึกษาที่ศูนย์การเรียนรู้ หมู่ที่ 7
      - ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน 10 แห่ง ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ถึง หมู่ที่ 10
 
สถาบันและองค์กรทางศาสนา 
      - วัด/สำนักสงฆ์ จำนวน 11 แห่ง
 
สาธารณสุข
      - โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 1 แห่ง ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 บ้านโพธิ์สัย ตำบลโพธิ์สัย อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด
 
../add_file/

  

ที่ตั้ง  ตำบลโพธิ์สัย   อำเภอศรีสมเด็จ  จังหวัดร้อยเอ็ด   อยู่ห่างจากตัวจังหวัดร้อยเอ็ด  ประมาณ  20  กิโลเมตร  ห่างจากตัวอำเภอประมาณ  15  กิโลเมตร
 
อาณาเขต    
    ทิศเหนือ            ติดต่อกับ  ตำบลสีแก้ว                 อำเภอเมือง         จังหวัดร้อยเอ็ด
    ทิศตะวันออก      ติดต่อกับ   เทศบาลตำบลปอภาร    อำเภอเมือง         จังหวัดร้อยเอ็ด
    ทิศใต้               ติดต่อกับ   ตำบลสวนจิก               อำเภอศรีสมเด็จ    จังหวัดร้อยเอ็ด
    ทิศตะวันตก        ติดต่อกับ   ตำบลแกดำ                อำเภอแกดำ         จังหวัดมหาสารคาม
 
เนื้อที่   มีพื้นที่ทั้งหมด  28.10  ตารางกิโลเมตร  หรือประมาณ  17,562.5  ไร่
 
สภาพภูมิประเทศ สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปของตำบลโพธิ์สัย  มีภูมิประเทศลุ่มๆ ดอนๆ  มีหน้าดินลึก  มีการระบายน้ำค่อนข้างดี  ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ  มีความเป็นกรดเป็นด่างประมาณ  5.0-6.0   มีความลาดชัน  0-2 %  ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง   160-200  เมตร  เนื้อดินเป็นดินร่วนปนทราย  ไม่เหมาะกับการทำการเกษตร
 
จำนวนหมู่บ้าน 10 หมู่บ้าน 
 จำนวนหมู่บ้านในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมด 10 หมู่บ้าน   ประกอบด้วย
  หมู่ที่  1   บ้านโพธิ์สัยน้อย       หมู่ที่    2   บ้านโนนสมบูรณ์
  หมู่ที่  3   บ้านหนองแสง         หมู่ที่    4   บ้านโพธิ์สัย
  หมู่ที่  5   บ้านหญ้าคา             หมู่ที่   6   บ้านโคกกลาง
  หมู่ที่  7   บ้านโสกเชือก          หมู่ที่    8   บ้านโนนโพธิ์
  หมู่ที่  9   บ้านโพนทอง           หมู่ที่  10   บ้านโสกเชือก
 
ประชากร
ตำบลโพธิ์สัยมีประชากรทั้งสิ้น  7,801 คน  แยกเป็นชาย  4,731 คน  หญิง  3,070 คน  มีความหนาแน่นเฉลี่ย 284  คน/ตารางกิโลเมตร  จำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น  2,590  ครัวเรือน โดยแยกจำนวนประชากร และครัวเรือนตามหมู่บ้านต่าง ๆ ดังนี้
 

หมู่ที่

ชื่อหมู่บ้าน

จำนวนประชากร (คน)

รวม

จำนวน
ครัวเรือน(หลัง)

ชาย

หญิง

1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.

บ้านโพธิ์สัยน้อย
บ้านโนนสมบรูณ์
บ้านหนองแสง
บ้านโพธิ์สัย
บ้านหญ้าคา
บ้านโคกกลาง
บ้านโสกเชือก
บ้านโนนโพธิ์
บ้านโพนทอง
บ้านโสกเชือก

316
123
309
381
79
188
2,714
178
150
293

333
150
294
411
81
195
946
185
163
312

649
273
603
792
160
383
3,660
363
313
605

185
83
153
212
33
89
1,492
91
80
172

รวมทั้งตำบล

4,731

3,070

7,801

2,590

 

สภาพทางเศรษฐกิจ

 อาชีพ   ประชากรในตำบลโพธิ์สัย  ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาและทำไร่ยาสูบ  รองลงมาได้แก่  รับจ้าง
 
สภาพสังคม
    การศึกษา
      - โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์  ร้อยเอ็ด (ม.1 - ม.6)
 
      - โรงเรียนโพธิ์สัยสว่างวิทย์ ตั้งอยู่บ้านโพธิ์สัย หมู่ที่ 4 (ป.1 - ม.3)
 
      - โรงเรียนบ้านโสกเชือก ตั้งอยู่บ้านโสกเชือก หมู่ที่ 7 (ป.1 - ป.6)
 
      - โรงเรียนโพนทอง (สญชัยประชาเวท) ตั้งอยู่บ้านโพนทอง หมู่ที่ 9 (ป.1 - ป.6)
 
      - โรงเรียนหนองแสงโนนสมบูรณ์ ตั้งอยู่บ้านหนองแสง หมู่ที่ 3 (ป.1 - ป.6)
 
      - ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโพธิ์สัย และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโคกกลาง  (กรมการพัฒนาชุมชน)  ตั้งอยู่หมู่ที่ 4, 6
      - ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโสกเชือก (กรมการศาสนา) ตั้งอยู่หมู่ที่ 7
      - ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กค่ายสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช (อบต.โพธิ์สัย จัดตั้งเอง)
 
      - การศึกษานอกโรงเรียน มีการเปิดศูนย์การศึกษาที่ศูนย์การเรียนรู้ หมู่ที่ 7
      - ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน 10 แห่ง ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ถึง หมู่ที่ 10
 
สถาบันและองค์กรทางศาสนา 
      - วัด/สำนักสงฆ์ จำนวน 11 แห่ง
 
สาธารณสุข
      - โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 1 แห่ง ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 บ้านโพธิ์สัย ตำบลโพธิ์สัย อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด
 


ชื่อไฟล์ :
  1. บทนำ

    กราบเรียนท่านพ่อแม่พี่น้องในเขต อบต.โพธิ์สัย ทุก ๆ ท่าน ที่เคารพอย่างสูง รวมถึงผู้ใช้การสนับสนุนทุกท่าน กระผม ร้อยตรีสุพจน์ บุญประชุม ในฐานะนายก อบต.โพธิ์สัย ต้องขอขอบพระคุณทุก ๆ ท่าน เป็นอย่างสูง ที่กรุณาให้ความไว้วางใจมอบหมาย ให้กระผมได้เข้ามาบริหารงาน อบต.โพธิ์สัย เพื่อบริหารกิจการ อบต.โพธิ์สัย ให้เกิดประโยชน์สุขแด่พี่น้องประชาชน ในขณะเดียวกันต้องขอขอบพระคุณคณะทำงาน ทุก ๆ ท่านที่ทำงานอย่างทุ่มเทและเสียสละ จึงทำให้เกิดวันนี้ได้ จึงต้องขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ นอกจากนี้ขอแสดงความยินดีแก่สมาชิกสภา อบต.โพธิ์สัย ทุกท่าน ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง

  2. เจตนารมณ์ในการทำงาน

    พ่อแม่พี่น้องที่เคารพครับ เมื่อผมได้รับฉันทานุมัติจากที่น้องประชาชนให้มาทำงานบริหารกิจการ อบต.โพธิ์สัย ซึ่งเป็นภาระที่ผมต้องรับผิดชอบอย่างสูงแล้วนั้น กระผม ร้อยตรีสุพจน์ บุญประชุม ในฐานะ นายก อบต.โพธิ์สัย และคณะผู้บริหารของกระผม ควรจะมีเจตนารมณ์หรือหลักการทำงานอย่างไร ซึ่งผมได้พิจารณาอย่างจริงใจถึงการทำงานเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน กระผมจึงขอตั้งเจตนารมณ์และหลักการทำงานของกระผมและคณะผู้บริหารไว้ด้วยจิตใจแน่วแน่ ดังนี้

    1. ต้องซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ และอดทนในการทำงาน
    2. ต้องดูแลประชาชน อย่างยุติธรรมและเท่าเทียมกัน
    3. ต้องบริหารงานและปฏิบัติตนบนพื้นฐานของจริยธรรมและศีลธรรมอันดีงาน
    4. ต้องดูแลผลประโยชน์ของส่วนรวมหรือคนหมู่มากเป็นหลัก
    5. ในกรณีผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ กระทบต่อคนส่วนน้อยควรหาวิธีการเยียวยาถึงผลกระทบดังกล่าว ตามความเหมาะสมเพื่อแก้ไขหรือลดผลกระทบดังกล่าว
  3. วิสัยทัศน์

    "มุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง มีแหล่งท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อมที่ดี การบริหารงานแบบธรรมาภิบาล การเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเป็นเมืองน่าอยู่ของอำเภอศรีสมเด็จ"

  4. ภารกิจในการทำงาน
    • 4.1 พัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้สมบูรณ์ตามความเหมาะสมของชุมชน
    • 4.2 พัฒนาทางด้านการศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างสูงสุด
    • 4.3 พัฒนาสภาพสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของชุมชนให้ทัดเทียมมาตรฐานที่ควรจะเป็น
    • 4.4 พัฒนาทางด้านสาธารณสุข เน้นทางด้านการส่งเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพและบริการผู้เจ็บป่วย
    • 4.5 พัฒนาทางด้านสังคม ให้เกิดความสงบ ปลอดภัย รวมถึงพัฒนาสังคมให้เ็ป็นสังคมแห่งศีลธรรม จริยธรรมและลดปัญหายาเสพติด
    • 4.6 พัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อสร้างความยั่งยืนแก่เศรษฐกิจชุมชน
    • 4.7 พัฒนางานของอบต. ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ตามคำขวัญของ อบต.ว่า "บริการประชาชนคืองานของเรา"
  5. แผนงานและโครงการหลักที่จะดำเนินงาน
    • 5.1 การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
      • 5.1.1 ระบบน้ำประปา : ปรับปรุง ท่อเมนส่งน้ำ ระบบการกรองน้ำ ถังสำรองน้ำใสและคุณภาพน้ำประปา
      • 5.1.2 ระบบถนนและการเดินทาง : ปรับปรุงและบำรุงรักษาถนนทุกสายทางเดินตามตรอก ซอย ที่พักผู้โดยสาร ป้ายบอกเส้นทางและสถานที่สำคัญต่าง ๆ
      • 5.1.3 ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง : ปรับปรุงบริการไฟฟ้าแสงสว่างสาธารณะและความปลอดภัยของระบบสายส่งไฟฟ้าในเขตอบต.
    • 5.2 การพัฒนาทางด้านการศึกษา
      • 5.2.1 จัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในเขตอบต. และเรียนฟรี
      • 5.2.2 พัฒนาระบบการเรียนการสอนและส่งเสริมการศึกษานอกเวลาเรียน
      • 5.2.3 ส่งเสริมการศึกษาทุกระดับวัยของประชาชน
      • 5.2.4 จัดการศึกษาและกิจกรรมเพื่อส่งเสริม ศีลธรรม จริยธรรม รวมถึงทางด้านศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ศาสนา และกีฬา
    • 5.3 การพัฒนาสิ่งแวดล้อมและสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน
      • 5.3.1 ลดปัญหาน้ำท่วมโดยเพิ่มเส้นทางระบายน้ำลงแม่น้ำป่าสัก
      • 5.3.2 จัดทำระบบบำบัดน้ำเสียตามแหล่งชุมชนก่อนปล่อยลงแม่น้ำป่าสัก
      • 5.3.3 ปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนแออัด หรือทรุดโทรมให้มีสภาพดีขึ้น
      • 5.3.4 ปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณริมแม่น้ำป่าสัก ทางเข้าแก่งคอย เกาะกลางถนน และทางเดินเข้า
    • 5.4 การพัฒนาด้านสาธารณสุข
      • 5.4.1 พัฒนาและปรับปรุง ในเรื่องการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
      • 5.4.2 จัดสวัสดิการรถรับ-ส่ง บริการผู้ป่วยภายในเขตอบต.ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
      • 5.4.3 ปรับปรุงระบบการจัดเก็บและกำจัดขยะให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงส่งเสริมการคัดแยกขยะ
      • 5.4.4 ปรับปรุงให้ความช่วยเหลือแก่บุคคลผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส
    • 5.5 การพัฒนาทางด้านสังคม
      • 5.5.1 เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน : จัดบริการหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง และการติดตั้งกล้องวงจรปิด ที่จุดสำคัญให้ครบถ้วนตามความจำเป็น
      • 5.5.2 พัฒนาการจัดตั้งกองทุนพัฒนาชุมชนทั้ง 10 ชุมชน เพื่อสร้างความเข็มแข็งและสามัคคี
    • 5.6 การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ  

      พัฒนาเศรษฐกิจพึ่งพาตนเองเพื่อความยั่งยืนโดยการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายของชุมชนโดยวิธีการ - สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อในชุมชน เพื่อให้เกิดการค้าขายภายในชุมชนมากขึ้น - ผลิตสินค้าภายในชุมชนโดยเฉพาะสินค้าบริโภคอุปโภคพื้นฐานเพื่อทดแทนหรือลดการสั่งซื้อจากนอกชุมชนและนำไปขายนอกชุมชน - ส่งเสริม อุดหนุนธุรกิจในชุมชนและไม่ส่งเสริมให้ธุรกิจที่มาจากนอกชุมชนมาแข่งขันกับชุมชนอย่างไม่เป็นธรรม

    • 5.7 การพัฒนางานอบต.
      • 5.7.1 ปรับปรุงระบบการให้บริการ - พัฒนาระบบ "one stop service" ให้มีประสิทธิภาพและสมบูรณ์มากขึ้น - ปรับปรุงระบบการจ่ายเบี้ยยังชีพให้มีความถูกต้อง สะดวกและรวดเร็ว
      • 5.7.2 ปรับปรุงระบบการจัดทำงบประมาณ : โดยการจัดสรรสัดส่วนงบประมาณให้ชัดเจนในส่วนที่เสนอโดยอบต.และที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยตรง
      • 5.7.3 เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน : เสริมสร้างความสามัคคี ฝึกอบรมเพื่อพัฒนาในด้านการวางแผนและพัฒนางาน
      • 5.7.4 การมีส่วนร่วมของประชาชน - ให้ความสำคัญในการทำงานร่วมกับผู้นำชุมชนและภาคประชาชน - ปรับปรุง พัฒนาช่องทางในการพบปะ ประชาชนโดยตรง เช่น "ประชาคมหมู่บ้าน" และ "ออกหน่วยชุมชน" - เชิญผู้ที่มีความรู้ความสามารถทุกภาคส่วนมาทำงานร่วมกับทางอบต.
  6. สรุป

    จากการที่กระผมได้แถลงมาทั้งหมดแล้วนั้น เป็นแนวความคิด ความตั้งใจในการทำงานที่ผมจะต้องรับผิดชอบการบริหารกิจการอบต. เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่ท่านได้ให้ความไว้วางใจผม ร้อยตรีสุพจน์ บุญประชุม มาดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัยในครั้งนี้ แต่พ่อแม่พี่น้องครับในสิ่งที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้จะสำเร็จได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่ ไม่สามารถเกิดได้จากผมเพียงลำพัง แต่ผมมีความเชื่อว่าความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ของผู้ร่วมงาน หน่วยงานราชการ ภาคเอกชนและประชาชนทุกภาคส่วน เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายร่วมกัน

    พ่อแม่พี่น้องครับพร้อมแล้วครับ "ที่พวกเราจะเดินไปสู่เป้าหมายและอนาคตขององค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ให้มีความสุขร่วมกัน" ขอขอบพระคุณครับ

 
 
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:
  1. บทนำ

    กราบเรียนท่านพ่อแม่พี่น้องในเขต อบต.โพธิ์สัย ทุก ๆ ท่าน ที่เคารพอย่างสูง รวมถึงผู้ใช้การสนับสนุนทุกท่าน กระผม ร้อยตรีสุพจน์ บุญประชุม ในฐานะนายก อบต.โพธิ์สัย ต้องขอขอบพระคุณทุก ๆ ท่าน เป็นอย่างสูง ที่กรุณาให้ความไว้วางใจมอบหมาย ให้กระผมได้เข้ามาบริหารงาน อบต.โพธิ์สัย เพื่อบริหารกิจการ อบต.โพธิ์สัย ให้เกิดประโยชน์สุขแด่พี่น้องประชาชน ในขณะเดียวกันต้องขอขอบพระคุณคณะทำงาน ทุก ๆ ท่านที่ทำงานอย่างทุ่มเทและเสียสละ จึงทำให้เกิดวันนี้ได้ จึงต้องขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ นอกจากนี้ขอแสดงความยินดีแก่สมาชิกสภา อบต.โพธิ์สัย ทุกท่าน ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง

  2. เจตนารมณ์ในการทำงาน

    พ่อแม่พี่น้องที่เคารพครับ เมื่อผมได้รับฉันทานุมัติจากที่น้องประชาชนให้มาทำงานบริหารกิจการ อบต.โพธิ์สัย ซึ่งเป็นภาระที่ผมต้องรับผิดชอบอย่างสูงแล้วนั้น กระผม ร้อยตรีสุพจน์ บุญประชุม ในฐานะ นายก อบต.โพธิ์สัย และคณะผู้บริหารของกระผม ควรจะมีเจตนารมณ์หรือหลักการทำงานอย่างไร ซึ่งผมได้พิจารณาอย่างจริงใจถึงการทำงานเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน กระผมจึงขอตั้งเจตนารมณ์และหลักการทำงานของกระผมและคณะผู้บริหารไว้ด้วยจิตใจแน่วแน่ ดังนี้

    1. ต้องซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ และอดทนในการทำงาน
    2. ต้องดูแลประชาชน อย่างยุติธรรมและเท่าเทียมกัน
    3. ต้องบริหารงานและปฏิบัติตนบนพื้นฐานของจริยธรรมและศีลธรรมอันดีงาน
    4. ต้องดูแลผลประโยชน์ของส่วนรวมหรือคนหมู่มากเป็นหลัก
    5. ในกรณีผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ กระทบต่อคนส่วนน้อยควรหาวิธีการเยียวยาถึงผลกระทบดังกล่าว ตามความเหมาะสมเพื่อแก้ไขหรือลดผลกระทบดังกล่าว
  3. วิสัยทัศน์

    "มุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง มีแหล่งท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อมที่ดี การบริหารงานแบบธรรมาภิบาล การเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเป็นเมืองน่าอยู่ของอำเภอศรีสมเด็จ"

  4. ภารกิจในการทำงาน
    • 4.1 พัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้สมบูรณ์ตามความเหมาะสมของชุมชน
    • 4.2 พัฒนาทางด้านการศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างสูงสุด
    • 4.3 พัฒนาสภาพสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของชุมชนให้ทัดเทียมมาตรฐานที่ควรจะเป็น
    • 4.4 พัฒนาทางด้านสาธารณสุข เน้นทางด้านการส่งเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพและบริการผู้เจ็บป่วย
    • 4.5 พัฒนาทางด้านสังคม ให้เกิดความสงบ ปลอดภัย รวมถึงพัฒนาสังคมให้เ็ป็นสังคมแห่งศีลธรรม จริยธรรมและลดปัญหายาเสพติด
    • 4.6 พัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อสร้างความยั่งยืนแก่เศรษฐกิจชุมชน
    • 4.7 พัฒนางานของอบต. ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ตามคำขวัญของ อบต.ว่า "บริการประชาชนคืองานของเรา"
  5. แผนงานและโครงการหลักที่จะดำเนินงาน
    • 5.1 การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
      • 5.1.1 ระบบน้ำประปา : ปรับปรุง ท่อเมนส่งน้ำ ระบบการกรองน้ำ ถังสำรองน้ำใสและคุณภาพน้ำประปา
      • 5.1.2 ระบบถนนและการเดินทาง : ปรับปรุงและบำรุงรักษาถนนทุกสายทางเดินตามตรอก ซอย ที่พักผู้โดยสาร ป้ายบอกเส้นทางและสถานที่สำคัญต่าง ๆ
      • 5.1.3 ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง : ปรับปรุงบริการไฟฟ้าแสงสว่างสาธารณะและความปลอดภัยของระบบสายส่งไฟฟ้าในเขตอบต.
    • 5.2 การพัฒนาทางด้านการศึกษา
      • 5.2.1 จัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในเขตอบต. และเรียนฟรี
      • 5.2.2 พัฒนาระบบการเรียนการสอนและส่งเสริมการศึกษานอกเวลาเรียน
      • 5.2.3 ส่งเสริมการศึกษาทุกระดับวัยของประชาชน
      • 5.2.4 จัดการศึกษาและกิจกรรมเพื่อส่งเสริม ศีลธรรม จริยธรรม รวมถึงทางด้านศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ศาสนา และกีฬา
    • 5.3 การพัฒนาสิ่งแวดล้อมและสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน
      • 5.3.1 ลดปัญหาน้ำท่วมโดยเพิ่มเส้นทางระบายน้ำลงแม่น้ำป่าสัก
      • 5.3.2 จัดทำระบบบำบัดน้ำเสียตามแหล่งชุมชนก่อนปล่อยลงแม่น้ำป่าสัก
      • 5.3.3 ปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนแออัด หรือทรุดโทรมให้มีสภาพดีขึ้น
      • 5.3.4 ปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณริมแม่น้ำป่าสัก ทางเข้าแก่งคอย เกาะกลางถนน และทางเดินเข้า
    • 5.4 การพัฒนาด้านสาธารณสุข
      • 5.4.1 พัฒนาและปรับปรุง ในเรื่องการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
      • 5.4.2 จัดสวัสดิการรถรับ-ส่ง บริการผู้ป่วยภายในเขตอบต.ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
      • 5.4.3 ปรับปรุงระบบการจัดเก็บและกำจัดขยะให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงส่งเสริมการคัดแยกขยะ
      • 5.4.4 ปรับปรุงให้ความช่วยเหลือแก่บุคคลผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส
    • 5.5 การพัฒนาทางด้านสังคม
      • 5.5.1 เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน : จัดบริการหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง และการติดตั้งกล้องวงจรปิด ที่จุดสำคัญให้ครบถ้วนตามความจำเป็น
      • 5.5.2 พัฒนาการจัดตั้งกองทุนพัฒนาชุมชนทั้ง 10 ชุมชน เพื่อสร้างความเข็มแข็งและสามัคคี
    • 5.6 การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ  

      พัฒนาเศรษฐกิจพึ่งพาตนเองเพื่อความยั่งยืนโดยการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายของชุมชนโดยวิธีการ - สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อในชุมชน เพื่อให้เกิดการค้าขายภายในชุมชนมากขึ้น - ผลิตสินค้าภายในชุมชนโดยเฉพาะสินค้าบริโภคอุปโภคพื้นฐานเพื่อทดแทนหรือลดการสั่งซื้อจากนอกชุมชนและนำไปขายนอกชุมชน - ส่งเสริม อุดหนุนธุรกิจในชุมชนและไม่ส่งเสริมให้ธุรกิจที่มาจากนอกชุมชนมาแข่งขันกับชุมชนอย่างไม่เป็นธรรม

    • 5.7 การพัฒนางานอบต.
      • 5.7.1 ปรับปรุงระบบการให้บริการ - พัฒนาระบบ "one stop service" ให้มีประสิทธิภาพและสมบูรณ์มากขึ้น - ปรับปรุงระบบการจ่ายเบี้ยยังชีพให้มีความถูกต้อง สะดวกและรวดเร็ว
      • 5.7.2 ปรับปรุงระบบการจัดทำงบประมาณ : โดยการจัดสรรสัดส่วนงบประมาณให้ชัดเจนในส่วนที่เสนอโดยอบต.และที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยตรง
      • 5.7.3 เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน : เสริมสร้างความสามัคคี ฝึกอบรมเพื่อพัฒนาในด้านการวางแผนและพัฒนางาน
      • 5.7.4 การมีส่วนร่วมของประชาชน - ให้ความสำคัญในการทำงานร่วมกับผู้นำชุมชนและภาคประชาชน - ปรับปรุง พัฒนาช่องทางในการพบปะ ประชาชนโดยตรง เช่น "ประชาคมหมู่บ้าน" และ "ออกหน่วยชุมชน" - เชิญผู้ที่มีความรู้ความสามารถทุกภาคส่วนมาทำงานร่วมกับทางอบต.
  6. สรุป

    จากการที่กระผมได้แถลงมาทั้งหมดแล้วนั้น เป็นแนวความคิด ความตั้งใจในการทำงานที่ผมจะต้องรับผิดชอบการบริหารกิจการอบต. เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่ท่านได้ให้ความไว้วางใจผม ร้อยตรีสุพจน์ บุญประชุม มาดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัยในครั้งนี้ แต่พ่อแม่พี่น้องครับในสิ่งที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้จะสำเร็จได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่ ไม่สามารถเกิดได้จากผมเพียงลำพัง แต่ผมมีความเชื่อว่าความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ของผู้ร่วมงาน หน่วยงานราชการ ภาคเอกชนและประชาชนทุกภาคส่วน เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายร่วมกัน

    พ่อแม่พี่น้องครับพร้อมแล้วครับ "ที่พวกเราจะเดินไปสู่เป้าหมายและอนาคตขององค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ให้มีความสุขร่วมกัน" ขอขอบพระคุณครับ

 
 
../add_file/
  1. บทนำ

    กราบเรียนท่านพ่อแม่พี่น้องในเขต อบต.โพธิ์สัย ทุก ๆ ท่าน ที่เคารพอย่างสูง รวมถึงผู้ใช้การสนับสนุนทุกท่าน กระผม ร้อยตรีสุพจน์ บุญประชุม ในฐานะนายก อบต.โพธิ์สัย ต้องขอขอบพระคุณทุก ๆ ท่าน เป็นอย่างสูง ที่กรุณาให้ความไว้วางใจมอบหมาย ให้กระผมได้เข้ามาบริหารงาน อบต.โพธิ์สัย เพื่อบริหารกิจการ อบต.โพธิ์สัย ให้เกิดประโยชน์สุขแด่พี่น้องประชาชน ในขณะเดียวกันต้องขอขอบพระคุณคณะทำงาน ทุก ๆ ท่านที่ทำงานอย่างทุ่มเทและเสียสละ จึงทำให้เกิดวันนี้ได้ จึงต้องขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ นอกจากนี้ขอแสดงความยินดีแก่สมาชิกสภา อบต.โพธิ์สัย ทุกท่าน ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง

  2. เจตนารมณ์ในการทำงาน

    พ่อแม่พี่น้องที่เคารพครับ เมื่อผมได้รับฉันทานุมัติจากที่น้องประชาชนให้มาทำงานบริหารกิจการ อบต.โพธิ์สัย ซึ่งเป็นภาระที่ผมต้องรับผิดชอบอย่างสูงแล้วนั้น กระผม ร้อยตรีสุพจน์ บุญประชุม ในฐานะ นายก อบต.โพธิ์สัย และคณะผู้บริหารของกระผม ควรจะมีเจตนารมณ์หรือหลักการทำงานอย่างไร ซึ่งผมได้พิจารณาอย่างจริงใจถึงการทำงานเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน กระผมจึงขอตั้งเจตนารมณ์และหลักการทำงานของกระผมและคณะผู้บริหารไว้ด้วยจิตใจแน่วแน่ ดังนี้

    1. ต้องซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ และอดทนในการทำงาน
    2. ต้องดูแลประชาชน อย่างยุติธรรมและเท่าเทียมกัน
    3. ต้องบริหารงานและปฏิบัติตนบนพื้นฐานของจริยธรรมและศีลธรรมอันดีงาน
    4. ต้องดูแลผลประโยชน์ของส่วนรวมหรือคนหมู่มากเป็นหลัก
    5. ในกรณีผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ กระทบต่อคนส่วนน้อยควรหาวิธีการเยียวยาถึงผลกระทบดังกล่าว ตามความเหมาะสมเพื่อแก้ไขหรือลดผลกระทบดังกล่าว
  3. วิสัยทัศน์

    "มุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง มีแหล่งท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อมที่ดี การบริหารงานแบบธรรมาภิบาล การเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเป็นเมืองน่าอยู่ของอำเภอศรีสมเด็จ"

  4. ภารกิจในการทำงาน
    • 4.1 พัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้สมบูรณ์ตามความเหมาะสมของชุมชน
    • 4.2 พัฒนาทางด้านการศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างสูงสุด
    • 4.3 พัฒนาสภาพสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของชุมชนให้ทัดเทียมมาตรฐานที่ควรจะเป็น
    • 4.4 พัฒนาทางด้านสาธารณสุข เน้นทางด้านการส่งเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพและบริการผู้เจ็บป่วย
    • 4.5 พัฒนาทางด้านสังคม ให้เกิดความสงบ ปลอดภัย รวมถึงพัฒนาสังคมให้เ็ป็นสังคมแห่งศีลธรรม จริยธรรมและลดปัญหายาเสพติด
    • 4.6 พัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อสร้างความยั่งยืนแก่เศรษฐกิจชุมชน
    • 4.7 พัฒนางานของอบต. ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ตามคำขวัญของ อบต.ว่า "บริการประชาชนคืองานของเรา"
  5. แผนงานและโครงการหลักที่จะดำเนินงาน
    • 5.1 การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
      • 5.1.1 ระบบน้ำประปา : ปรับปรุง ท่อเมนส่งน้ำ ระบบการกรองน้ำ ถังสำรองน้ำใสและคุณภาพน้ำประปา
      • 5.1.2 ระบบถนนและการเดินทาง : ปรับปรุงและบำรุงรักษาถนนทุกสายทางเดินตามตรอก ซอย ที่พักผู้โดยสาร ป้ายบอกเส้นทางและสถานที่สำคัญต่าง ๆ
      • 5.1.3 ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง : ปรับปรุงบริการไฟฟ้าแสงสว่างสาธารณะและความปลอดภัยของระบบสายส่งไฟฟ้าในเขตอบต.
    • 5.2 การพัฒนาทางด้านการศึกษา
      • 5.2.1 จัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในเขตอบต. และเรียนฟรี
      • 5.2.2 พัฒนาระบบการเรียนการสอนและส่งเสริมการศึกษานอกเวลาเรียน
      • 5.2.3 ส่งเสริมการศึกษาทุกระดับวัยของประชาชน
      • 5.2.4 จัดการศึกษาและกิจกรรมเพื่อส่งเสริม ศีลธรรม จริยธรรม รวมถึงทางด้านศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ศาสนา และกีฬา
    • 5.3 การพัฒนาสิ่งแวดล้อมและสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน
      • 5.3.1 ลดปัญหาน้ำท่วมโดยเพิ่มเส้นทางระบายน้ำลงแม่น้ำป่าสัก
      • 5.3.2 จัดทำระบบบำบัดน้ำเสียตามแหล่งชุมชนก่อนปล่อยลงแม่น้ำป่าสัก
      • 5.3.3 ปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนแออัด หรือทรุดโทรมให้มีสภาพดีขึ้น
      • 5.3.4 ปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณริมแม่น้ำป่าสัก ทางเข้าแก่งคอย เกาะกลางถนน และทางเดินเข้า
    • 5.4 การพัฒนาด้านสาธารณสุข
      • 5.4.1 พัฒนาและปรับปรุง ในเรื่องการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
      • 5.4.2 จัดสวัสดิการรถรับ-ส่ง บริการผู้ป่วยภายในเขตอบต.ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
      • 5.4.3 ปรับปรุงระบบการจัดเก็บและกำจัดขยะให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงส่งเสริมการคัดแยกขยะ
      • 5.4.4 ปรับปรุงให้ความช่วยเหลือแก่บุคคลผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส
    • 5.5 การพัฒนาทางด้านสังคม
      • 5.5.1 เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน : จัดบริการหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง และการติดตั้งกล้องวงจรปิด ที่จุดสำคัญให้ครบถ้วนตามความจำเป็น
      • 5.5.2 พัฒนาการจัดตั้งกองทุนพัฒนาชุมชนทั้ง 10 ชุมชน เพื่อสร้างความเข็มแข็งและสามัคคี
    • 5.6 การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ  

      พัฒนาเศรษฐกิจพึ่งพาตนเองเพื่อความยั่งยืนโดยการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายของชุมชนโดยวิธีการ - สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อในชุมชน เพื่อให้เกิดการค้าขายภายในชุมชนมากขึ้น - ผลิตสินค้าภายในชุมชนโดยเฉพาะสินค้าบริโภคอุปโภคพื้นฐานเพื่อทดแทนหรือลดการสั่งซื้อจากนอกชุมชนและนำไปขายนอกชุมชน - ส่งเสริม อุดหนุนธุรกิจในชุมชนและไม่ส่งเสริมให้ธุรกิจที่มาจากนอกชุมชนมาแข่งขันกับชุมชนอย่างไม่เป็นธรรม

    • 5.7 การพัฒนางานอบต.
      • 5.7.1 ปรับปรุงระบบการให้บริการ - พัฒนาระบบ "one stop service" ให้มีประสิทธิภาพและสมบูรณ์มากขึ้น - ปรับปรุงระบบการจ่ายเบี้ยยังชีพให้มีความถูกต้อง สะดวกและรวดเร็ว
      • 5.7.2 ปรับปรุงระบบการจัดทำงบประมาณ : โดยการจัดสรรสัดส่วนงบประมาณให้ชัดเจนในส่วนที่เสนอโดยอบต.และที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยตรง
      • 5.7.3 เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน : เสริมสร้างความสามัคคี ฝึกอบรมเพื่อพัฒนาในด้านการวางแผนและพัฒนางาน
      • 5.7.4 การมีส่วนร่วมของประชาชน - ให้ความสำคัญในการทำงานร่วมกับผู้นำชุมชนและภาคประชาชน - ปรับปรุง พัฒนาช่องทางในการพบปะ ประชาชนโดยตรง เช่น "ประชาคมหมู่บ้าน" และ "ออกหน่วยชุมชน" - เชิญผู้ที่มีความรู้ความสามารถทุกภาคส่วนมาทำงานร่วมกับทางอบต.
  6. สรุป

    จากการที่กระผมได้แถลงมาทั้งหมดแล้วนั้น เป็นแนวความคิด ความตั้งใจในการทำงานที่ผมจะต้องรับผิดชอบการบริหารกิจการอบต. เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่ท่านได้ให้ความไว้วางใจผม ร้อยตรีสุพจน์ บุญประชุม มาดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัยในครั้งนี้ แต่พ่อแม่พี่น้องครับในสิ่งที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้จะสำเร็จได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่ ไม่สามารถเกิดได้จากผมเพียงลำพัง แต่ผมมีความเชื่อว่าความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ของผู้ร่วมงาน หน่วยงานราชการ ภาคเอกชนและประชาชนทุกภาคส่วน เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายร่วมกัน

    พ่อแม่พี่น้องครับพร้อมแล้วครับ "ที่พวกเราจะเดินไปสู่เป้าหมายและอนาคตขององค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ให้มีความสุขร่วมกัน" ขอขอบพระคุณครับ

 
 


ชื่อไฟล์ : ak3JBVlTue20200.jpg

ชื่อไฟล์ :

 ส่วนใหญ่เป็นที่นา,สวน,และหมู่บ้าน,วัด,โรงเรียน,และมีค่ายทหารพลร.6

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

 ส่วนใหญ่เป็นที่นา,สวน,และหมู่บ้าน,วัด,โรงเรียน,และมีค่ายทหารพลร.6

../add_file/

 ส่วนใหญ่เป็นที่นา,สวน,และหมู่บ้าน,วัด,โรงเรียน,และมีค่ายทหารพลร.6



ชื่อไฟล์ :

สพฐ.ตั้งทีมทำแผนความต้องการครู“

undefined „วันนี้ (15 มิ.ย.) ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) มีมติให้ฟื้นโครงการคุรุทายาท และให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2558 โดยกำหนดเป็น 2 ประเภท ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนวิชาชีพครูใหม่ ผลิตครู จำนวน 10 รุ่น ปี 2558-2572 รวม 58,000 คน และกลุ่มนิสิตนักศึกษาครูที่กำลังศึกษา จำนวน 5 รุ่น 9,500 คนนั้น ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะหน่วยงานผู้ใช้ครู ได้มอบให้สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติกร สพฐ. จัดโครงการจัดทำแผนความต้องการครูการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งได้วางแผนความต้องการครูเป็นรายเขต พื้นที่การศึกษา รายวิชา และรายสถานศึกษา รวมถึงภาพรวมความต้องการครูของ สพฐ.ทั้งหมด เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการผลิตครูให้ตรงกับความต้องการของหน่วยงานผู้ ใช้“  

undefined „“สพฐ.ได้แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำแผนความต้องการครูการศึกษาขั้นพื้นฐานขึ้นมา แล้ว 1 ชุด ซึ่งคณะทำงานชุดนี้จะไปดำเนินการจัดประชุมวางแผนเชิงปฎิบัติการ เพื่อรองรับการผลิต และบรรจุให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานศึกษา รวมถึงทดแทนการสูญเสียอัตรากำลังในแต่ละปีจากการเกษียณอายุราชการ พร้อมกำหนดรูปแบบการจัดทำแผนความต้องการครูการศึกษาขั้นพื้นฐาน อย่างไรก็ตามหากสามารถจัดทำแผนความต้องการของครูได้ก็จะส่งผลให้เด็กที่จบใน โครงการคุรุทายาทมีตำแหน่งงานรองรับทันที โดยไม่ต้องเตรียมการให้เกิดความยุ่งยาก”เลขาธิการ กพฐ.กล่าว.“  

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/education/328321

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

สพฐ.ตั้งทีมทำแผนความต้องการครู“

undefined „วันนี้ (15 มิ.ย.) ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) มีมติให้ฟื้นโครงการคุรุทายาท และให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2558 โดยกำหนดเป็น 2 ประเภท ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนวิชาชีพครูใหม่ ผลิตครู จำนวน 10 รุ่น ปี 2558-2572 รวม 58,000 คน และกลุ่มนิสิตนักศึกษาครูที่กำลังศึกษา จำนวน 5 รุ่น 9,500 คนนั้น ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะหน่วยงานผู้ใช้ครู ได้มอบให้สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติกร สพฐ. จัดโครงการจัดทำแผนความต้องการครูการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งได้วางแผนความต้องการครูเป็นรายเขต พื้นที่การศึกษา รายวิชา และรายสถานศึกษา รวมถึงภาพรวมความต้องการครูของ สพฐ.ทั้งหมด เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการผลิตครูให้ตรงกับความต้องการของหน่วยงานผู้ ใช้“  

undefined „“สพฐ.ได้แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำแผนความต้องการครูการศึกษาขั้นพื้นฐานขึ้นมา แล้ว 1 ชุด ซึ่งคณะทำงานชุดนี้จะไปดำเนินการจัดประชุมวางแผนเชิงปฎิบัติการ เพื่อรองรับการผลิต และบรรจุให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานศึกษา รวมถึงทดแทนการสูญเสียอัตรากำลังในแต่ละปีจากการเกษียณอายุราชการ พร้อมกำหนดรูปแบบการจัดทำแผนความต้องการครูการศึกษาขั้นพื้นฐาน อย่างไรก็ตามหากสามารถจัดทำแผนความต้องการของครูได้ก็จะส่งผลให้เด็กที่จบใน โครงการคุรุทายาทมีตำแหน่งงานรองรับทันที โดยไม่ต้องเตรียมการให้เกิดความยุ่งยาก”เลขาธิการ กพฐ.กล่าว.“  

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/education/328321

../add_file/

สพฐ.ตั้งทีมทำแผนความต้องการครู“

undefined „วันนี้ (15 มิ.ย.) ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) มีมติให้ฟื้นโครงการคุรุทายาท และให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2558 โดยกำหนดเป็น 2 ประเภท ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนวิชาชีพครูใหม่ ผลิตครู จำนวน 10 รุ่น ปี 2558-2572 รวม 58,000 คน และกลุ่มนิสิตนักศึกษาครูที่กำลังศึกษา จำนวน 5 รุ่น 9,500 คนนั้น ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะหน่วยงานผู้ใช้ครู ได้มอบให้สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติกร สพฐ. จัดโครงการจัดทำแผนความต้องการครูการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งได้วางแผนความต้องการครูเป็นรายเขต พื้นที่การศึกษา รายวิชา และรายสถานศึกษา รวมถึงภาพรวมความต้องการครูของ สพฐ.ทั้งหมด เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการผลิตครูให้ตรงกับความต้องการของหน่วยงานผู้ ใช้“  

undefined „“สพฐ.ได้แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำแผนความต้องการครูการศึกษาขั้นพื้นฐานขึ้นมา แล้ว 1 ชุด ซึ่งคณะทำงานชุดนี้จะไปดำเนินการจัดประชุมวางแผนเชิงปฎิบัติการ เพื่อรองรับการผลิต และบรรจุให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานศึกษา รวมถึงทดแทนการสูญเสียอัตรากำลังในแต่ละปีจากการเกษียณอายุราชการ พร้อมกำหนดรูปแบบการจัดทำแผนความต้องการครูการศึกษาขั้นพื้นฐาน อย่างไรก็ตามหากสามารถจัดทำแผนความต้องการของครูได้ก็จะส่งผลให้เด็กที่จบใน โครงการคุรุทายาทมีตำแหน่งงานรองรับทันที โดยไม่ต้องเตรียมการให้เกิดความยุ่งยาก”เลขาธิการ กพฐ.กล่าว.“  

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/education/328321



ชื่อไฟล์ : ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญบุคลากรในหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายใน (IIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) https://itas.nacc.go.th/go/iit/9stg3v ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญบุคลากรในหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายใน (IIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) https://itas.nacc.go.th/go/iit/9stg3v ../add_file/ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญบุคลากรในหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายใน (IIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) https://itas.nacc.go.th/go/iit/9stg3v

ชื่อไฟล์ : ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญบุคลากรในหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายใน (IIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญบุคลากรในหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายใน (IIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญบุคลากรในหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายใน (IIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) https://itas.nacc.go.th/go/iit/9stg3v ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญบุคลากรในหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายใน (IIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญบุคลากรในหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายใน (IIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญบุคลากรในหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายใน (IIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) https://itas.nacc.go.th/go/iit/9stg3v ../add_file/ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญบุคลากรในหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายใน (IIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญบุคลากรในหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายใน (IIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญบุคลากรในหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายใน (IIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) https://itas.nacc.go.th/go/iit/9stg3v

ชื่อไฟล์ : ประชาสัมพันธ์ ขอเชิญบุคคล นิติบุคคล บริษัทเอกชนหรือหน่วยงานราชการที่เคยรับการบริหารหรือติดต่อราชการ กับองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายนอก (EIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT) https://itas.nacc.go.th/go/eit/9stg3v ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ประชาสัมพันธ์ ขอเชิญบุคคล นิติบุคคล บริษัทเอกชนหรือหน่วยงานราชการที่เคยรับการบริหารหรือติดต่อราชการ กับองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายนอก (EIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT) https://itas.nacc.go.th/go/eit/9stg3v ../add_file/ประชาสัมพันธ์ ขอเชิญบุคคล นิติบุคคล บริษัทเอกชนหรือหน่วยงานราชการที่เคยรับการบริหารหรือติดต่อราชการ กับองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายนอก (EIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT) https://itas.nacc.go.th/go/eit/9stg3v

ชื่อไฟล์ : ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญบุคลากรในหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายใน (IIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญบุคลากรในหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายใน (IIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญบุคลากรในหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายใน (IIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) https://itas.nacc.go.th/go/iit/9stg3v ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญบุคลากรในหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายใน (IIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญบุคลากรในหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายใน (IIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญบุคลากรในหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายใน (IIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) https://itas.nacc.go.th/go/iit/9stg3v ../add_file/ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญบุคลากรในหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายใน (IIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญบุคลากรในหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายใน (IIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญบุคลากรในหน่วยงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายใน (IIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) https://itas.nacc.go.th/go/iit/9stg3v

ชื่อไฟล์ : ประชาสัมพันธ์ ขอเชิญบุคคล นิติบุคคล บริษัทเอกชนหรือหน่วยงานราชการที่เคยรับการบริหารหรือติดต่อราชการ กับองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายนอก (EIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT) https://itas.nacc.go.th/go/eit/9stg3v ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ประชาสัมพันธ์ ขอเชิญบุคคล นิติบุคคล บริษัทเอกชนหรือหน่วยงานราชการที่เคยรับการบริหารหรือติดต่อราชการ กับองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายนอก (EIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT) https://itas.nacc.go.th/go/eit/9stg3v ../add_file/ประชาสัมพันธ์ ขอเชิญบุคคล นิติบุคคล บริษัทเอกชนหรือหน่วยงานราชการที่เคยรับการบริหารหรือติดต่อราชการ กับองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายนอก (EIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT) https://itas.nacc.go.th/go/eit/9stg3v

ชื่อไฟล์ : ประชาสัมพันธ์ ขอเชิญบุคคล นิติบุคคล บริษัทเอกชนหรือหน่วยงานราชการที่เคยรับการบริหารหรือติดต่อราชการ กับองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายนอก (EIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT) https://itas.nacc.go.th/go/eit/9stg3v ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ประชาสัมพันธ์ ขอเชิญบุคคล นิติบุคคล บริษัทเอกชนหรือหน่วยงานราชการที่เคยรับการบริหารหรือติดต่อราชการ กับองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายนอก (EIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT) https://itas.nacc.go.th/go/eit/9stg3v ../add_file/ประชาสัมพันธ์ ขอเชิญบุคคล นิติบุคคล บริษัทเอกชนหรือหน่วยงานราชการที่เคยรับการบริหารหรือติดต่อราชการ กับองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียภายนอก (EIT) ช่องทางการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT) https://itas.nacc.go.th/go/eit/9stg3v

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : 3 ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: 3 ../add_file/3

ชื่อไฟล์ :
อบต. มีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสภาตําบล และองค์การบริหารส่วนตําบล พ.ศ. 2537 และ แก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2542)
1. พัฒนาตําบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (มาตรา 66) 
2. มีหน้าที่ต้องทําตามมาตรา 67 ดังนี้
    1. จัดให้มีและบํารุงทางน้ำและทางบก
    2. การรักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดินและที่สาธารณะ รวมทั้งการกําจัดขยะมูลฝอยและสิ่ง ปฏิกูล
    3. ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ
    4. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั
    5. ส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
    6. ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุและพิการ
    7. คุ้มครอง ดูแลและบํารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    8. บํารุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
    9. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมาย
3. มีหน้าที่ที่อาจทํากิจกรรมในเขต อบต. ตามมาตรา 68 ดังนี้
    1. ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคและการเกษตร
    2. ให้มีและบํารุงไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น
    3. ให้มีและบํารุงรักษาทางระบายน้ำ
    4. ให้มีและบํารุงสถานที่ประชุม การกีฬา การพักผ่อนหย่อนใจและสวนสาธารณะ
    5. ให้มีและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร และกิจการสหกรณ์
    6. ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในครอบครัว
    7. บํารุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพ
    8. การคุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
    9. หาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของ อบต.
  10. ให้มีตลาด ท่าเทียบเรือ และท่าข้าม
  11. กิจการเกี่ยวกับการพาณิชย์
  12. การท่องเที่ยว
  13. การผังเมือง
 
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:
อบต. มีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสภาตําบล และองค์การบริหารส่วนตําบล พ.ศ. 2537 และ แก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2542)
1. พัฒนาตําบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (มาตรา 66) 
2. มีหน้าที่ต้องทําตามมาตรา 67 ดังนี้
    1. จัดให้มีและบํารุงทางน้ำและทางบก
    2. การรักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดินและที่สาธารณะ รวมทั้งการกําจัดขยะมูลฝอยและสิ่ง ปฏิกูล
    3. ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ
    4. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั
    5. ส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
    6. ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุและพิการ
    7. คุ้มครอง ดูแลและบํารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    8. บํารุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
    9. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมาย
3. มีหน้าที่ที่อาจทํากิจกรรมในเขต อบต. ตามมาตรา 68 ดังนี้
    1. ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคและการเกษตร
    2. ให้มีและบํารุงไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น
    3. ให้มีและบํารุงรักษาทางระบายน้ำ
    4. ให้มีและบํารุงสถานที่ประชุม การกีฬา การพักผ่อนหย่อนใจและสวนสาธารณะ
    5. ให้มีและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร และกิจการสหกรณ์
    6. ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในครอบครัว
    7. บํารุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพ
    8. การคุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
    9. หาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของ อบต.
  10. ให้มีตลาด ท่าเทียบเรือ และท่าข้าม
  11. กิจการเกี่ยวกับการพาณิชย์
  12. การท่องเที่ยว
  13. การผังเมือง
 
../add_file/
อบต. มีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสภาตําบล และองค์การบริหารส่วนตําบล พ.ศ. 2537 และ แก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2542)
1. พัฒนาตําบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (มาตรา 66) 
2. มีหน้าที่ต้องทําตามมาตรา 67 ดังนี้
    1. จัดให้มีและบํารุงทางน้ำและทางบก
    2. การรักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดินและที่สาธารณะ รวมทั้งการกําจัดขยะมูลฝอยและสิ่ง ปฏิกูล
    3. ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ
    4. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั
    5. ส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
    6. ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุและพิการ
    7. คุ้มครอง ดูแลและบํารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    8. บํารุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
    9. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมาย
3. มีหน้าที่ที่อาจทํากิจกรรมในเขต อบต. ตามมาตรา 68 ดังนี้
    1. ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคและการเกษตร
    2. ให้มีและบํารุงไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น
    3. ให้มีและบํารุงรักษาทางระบายน้ำ
    4. ให้มีและบํารุงสถานที่ประชุม การกีฬา การพักผ่อนหย่อนใจและสวนสาธารณะ
    5. ให้มีและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร และกิจการสหกรณ์
    6. ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในครอบครัว
    7. บํารุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพ
    8. การคุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
    9. หาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของ อบต.
  10. ให้มีตลาด ท่าเทียบเรือ และท่าข้าม
  11. กิจการเกี่ยวกับการพาณิชย์
  12. การท่องเที่ยว
  13. การผังเมือง
 


ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ :

ห้วยแอ่ง

 

 

 แผนที่

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

ห้วยแอ่ง

 

 

 แผนที่

../add_file/

ห้วยแอ่ง

 

 

 แผนที่



ชื่อไฟล์ : วิดีโอสอนการใช้งาน ระบบจาก youtube คลิกที่นี่เพื่อดูวิดีโอ ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: วิดีโอสอนการใช้งาน ระบบจาก youtube คลิกที่นี่เพื่อดูวิดีโอ ../add_file/วิดีโอสอนการใช้งาน ระบบจาก youtube คลิกที่นี่เพื่อดูวิดีโอ

ชื่อไฟล์ : ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2561 – 30 กันยายน 2562 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2561 – 30 กันยายน 2562 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ../add_file/ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2561 – 30 กันยายน 2562 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562

ชื่อไฟล์ : หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกำหนด วันลา วันมาสาย ของพนักงานส่วนตำบล พนักงานครูและบุคลากรทางการศึกษา และลูกจ้างประจำ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกำหนด วันลา วันมาสาย ของพนักงานส่วนตำบล พนักงานครูและบุคลากรทางการศึกษา และลูกจ้างประจำ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ../add_file/หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกำหนด วันลา วันมาสาย ของพนักงานส่วนตำบล พนักงานครูและบุคลากรทางการศึกษา และลูกจ้างประจำ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒

ชื่อไฟล์ : หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานครูและบุคลากรทางการศึกษา ประจำงบประมาณ ๒๕๖๒ ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานครูและบุคลากรทางการศึกษา ประจำงบประมาณ ๒๕๖๒ ../add_file/หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานครูและบุคลากรทางการศึกษา ประจำงบประมาณ ๒๕๖๒

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : เรียนนายกเทศบาล​ คุนสุพจน์ รองนายยกเทศบาล​ คุณจำรัจ ขอร้องเรียน​ เรื่องกำแพงรั่วและน้ำเสีย​ ซึ่งเป็นปัญหา​มานานแล้ว และทางเราำด้แจ้งไปแล้วแต่เพิกเฉย​ และน้ำฝนรวมทั้งดิน​ที่ไหลมาใน้นที่ของบ้านที่อาศัย​ ของบ้านข้างเคียง​ใหลลงมาที่ในพื้นที่​ ทำใ้ทางเรามี​ ปัญหาและบ้านข้างเคียง​ (มีการทำกำแพงใหม่ได้มีการขออนุมัติ​จากเทศบาลหรือไม่​ตาม​ พรม​ ก่อสร้างปี​ 2522 และพรบ.เทศบาล) ดินที่ไหลมาไม่เคยมาขุดดินที่ไหลมาออกเราเป็นผู้จัดการเอง​ (ชึ่งจะผิดกฎหมาย​พรบอาคาร​พาณิชย์​และที่พักอาศัยเกี่ยวกับเรื่อง​สร้างความลำครวญ​และเรื่องกับการลุกล้ำที่ดิน)​ และเคยไปแจ้งผู้ใหญ่​บ้าน​ โสกเชือก​ หมู่​ 7 แล้ว​ แต่ไม่ได้รับความคืบหน้า​หรือแจ้งทางเรา​ เลยซึ่งทางเราเดือนร้อนเวลาฝนตกหรือหากบ้าน​ข้างเคียงมีการอาบน้ำหรือใช้น้ำเยอะน้ำทิ้งทั้งจากห้องน้ำน้ำเสีย​ทิ้งจากห้องน้ำจะไหลลงมาที่พื้นที่บ้าน (บ้านจะอยุ่​หน้าโรงพยาบาล​ พระพุทธยอดฟ้าจุฬา​โลก​ บ้านหลังสีเขียวอ่อน)​ ซึ่งยังตอนนี้ยังไม่อยากจะแจ้งทางศูนย์​ดำรงธรรม​จังหวัดร้อยเอ็ด​ หรือแจ้งความกับทางสำนักงานตำรวจเพื่อเป็นคดีความกัน จึงขอแจ้งให้ทางเทศบาลตำบลโพธิ์​สัยก่อน ช่วยเข้ามาประสานงานแก่ด่วนด้วยหรือเบื้องต้นให้น้ำไหลไปทางด้านอื่น หวังว่าจะได้รับการตรวจและแจ้งรีบดำเนิน​การ จึงขอขอบคุณ​พระคุณ​เป็นอย่างยิ่ง ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: เรียนนายกเทศบาล​ คุนสุพจน์ รองนายยกเทศบาล​ คุณจำรัจ ขอร้องเรียน​ เรื่องกำแพงรั่วและน้ำเสีย​ ซึ่งเป็นปัญหา​มานานแล้ว และทางเราำด้แจ้งไปแล้วแต่เพิกเฉย​ และน้ำฝนรวมทั้งดิน​ที่ไหลมาใน้นที่ของบ้านที่อาศัย​ ของบ้านข้างเคียง​ใหลลงมาที่ในพื้นที่​ ทำใ้ทางเรามี​ ปัญหาและบ้านข้างเคียง​ (มีการทำกำแพงใหม่ได้มีการขออนุมัติ​จากเทศบาลหรือไม่​ตาม​ พรม​ ก่อสร้างปี​ 2522 และพรบ.เทศบาล) ดินที่ไหลมาไม่เคยมาขุดดินที่ไหลมาออกเราเป็นผู้จัดการเอง​ (ชึ่งจะผิดกฎหมาย​พรบอาคาร​พาณิชย์​และที่พักอาศัยเกี่ยวกับเรื่อง​สร้างความลำครวญ​และเรื่องกับการลุกล้ำที่ดิน)​ และเคยไปแจ้งผู้ใหญ่​บ้าน​ โสกเชือก​ หมู่​ 7 แล้ว​ แต่ไม่ได้รับความคืบหน้า​หรือแจ้งทางเรา​ เลยซึ่งทางเราเดือนร้อนเวลาฝนตกหรือหากบ้าน​ข้างเคียงมีการอาบน้ำหรือใช้น้ำเยอะน้ำทิ้งทั้งจากห้องน้ำน้ำเสีย​ทิ้งจากห้องน้ำจะไหลลงมาที่พื้นที่บ้าน (บ้านจะอยุ่​หน้าโรงพยาบาล​ พระพุทธยอดฟ้าจุฬา​โลก​ บ้านหลังสีเขียวอ่อน)​ ซึ่งยังตอนนี้ยังไม่อยากจะแจ้งทางศูนย์​ดำรงธรรม​จังหวัดร้อยเอ็ด​ หรือแจ้งความกับทางสำนักงานตำรวจเพื่อเป็นคดีความกัน จึงขอแจ้งให้ทางเทศบาลตำบลโพธิ์​สัยก่อน ช่วยเข้ามาประสานงานแก่ด่วนด้วยหรือเบื้องต้นให้น้ำไหลไปทางด้านอื่น หวังว่าจะได้รับการตรวจและแจ้งรีบดำเนิน​การ จึงขอขอบคุณ​พระคุณ​เป็นอย่างยิ่ง ../add_file/เรียนนายกเทศบาล​ คุนสุพจน์ รองนายยกเทศบาล​ คุณจำรัจ ขอร้องเรียน​ เรื่องกำแพงรั่วและน้ำเสีย​ ซึ่งเป็นปัญหา​มานานแล้ว และทางเราำด้แจ้งไปแล้วแต่เพิกเฉย​ และน้ำฝนรวมทั้งดิน​ที่ไหลมาใน้นที่ของบ้านที่อาศัย​ ของบ้านข้างเคียง​ใหลลงมาที่ในพื้นที่​ ทำใ้ทางเรามี​ ปัญหาและบ้านข้างเคียง​ (มีการทำกำแพงใหม่ได้มีการขออนุมัติ​จากเทศบาลหรือไม่​ตาม​ พรม​ ก่อสร้างปี​ 2522 และพรบ.เทศบาล) ดินที่ไหลมาไม่เคยมาขุดดินที่ไหลมาออกเราเป็นผู้จัดการเอง​ (ชึ่งจะผิดกฎหมาย​พรบอาคาร​พาณิชย์​และที่พักอาศัยเกี่ยวกับเรื่อง​สร้างความลำครวญ​และเรื่องกับการลุกล้ำที่ดิน)​ และเคยไปแจ้งผู้ใหญ่​บ้าน​ โสกเชือก​ หมู่​ 7 แล้ว​ แต่ไม่ได้รับความคืบหน้า​หรือแจ้งทางเรา​ เลยซึ่งทางเราเดือนร้อนเวลาฝนตกหรือหากบ้าน​ข้างเคียงมีการอาบน้ำหรือใช้น้ำเยอะน้ำทิ้งทั้งจากห้องน้ำน้ำเสีย​ทิ้งจากห้องน้ำจะไหลลงมาที่พื้นที่บ้าน (บ้านจะอยุ่​หน้าโรงพยาบาล​ พระพุทธยอดฟ้าจุฬา​โลก​ บ้านหลังสีเขียวอ่อน)​ ซึ่งยังตอนนี้ยังไม่อยากจะแจ้งทางศูนย์​ดำรงธรรม​จังหวัดร้อยเอ็ด​ หรือแจ้งความกับทางสำนักงานตำรวจเพื่อเป็นคดีความกัน จึงขอแจ้งให้ทางเทศบาลตำบลโพธิ์​สัยก่อน ช่วยเข้ามาประสานงานแก่ด่วนด้วยหรือเบื้องต้นให้น้ำไหลไปทางด้านอื่น หวังว่าจะได้รับการตรวจและแจ้งรีบดำเนิน​การ จึงขอขอบคุณ​พระคุณ​เป็นอย่างยิ่ง

ชื่อไฟล์ :

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอบต.โพธิ์สัย คลิก

สิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของทางราชการของประชาชน

            พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540 เป็นกฎหมายที่มีขึ้นรองรับ สิทธิได้รู้” (Right to Know) ของประชาชนหรือสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐ และกำหนดหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อรองรับและคุ้มครองสิทธิของประชาชนไปพร้อมกัน โดยแนวคิดหลักของกฎหมายของข้อมูลข่าวสารของราชการ ดังนี้

1. ให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานต่างๆ ของรัฐ โดยกำหนดข้อยกเว้นให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนใช้สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการมีส่วนร่วม ในการกำหนดนโยบายและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้เป็นไปอย่างโปร่งใสอันเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาสังคมประชาธิปไตย

2. รองรับสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐได้แก่ สิทธิในการขอคำปรึกษา สิทธิในการตรวจดูข้อมูล สิทธิในการข้อมูลข่าวสารอื่นใดของราชการ สิทธิในการขอสำเนาหรือสำเนาที่มีการรับรองสิทธิในการได้รู้ถึงข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในการดำเนินการแทนผู้เยาว์ สิทธิในการร้องเรียน และสิทธิในการอุธรณ์

3. ข้อมูลข่าวสารของราชการเกือบทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ สามารถเปิดเผยได้ภายใต้หลักการที่ว่า เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้นโดยข้อยกเว้นจะมีได้ เฉพาะที่กฎหมายกำหนดว่าไม่ต้องเปิดเผยเท่านั้น

สิทธิของประชาชน

พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ได้กำหนดสิทธิของประชาชน ดังนี้

สิทธิของประชาชนในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการของหน่วยงานของรัฐ 

1. สิทธิการเข้าตรวจดู สิทธิในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ประชาชนสามารถทำได้ แม้ว่าจะไม่มีส่วนได้เสีย เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารนั้น โดยกฎหมายได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจะต้องเตรียมข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยตามที่กฎหมายกำหนด ไว้ตามมาตรา 9 นำไปรวมไว้ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ เช่น แผนงานโครงการและงบประมาณ สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะผูกขาดตัดตอน เป็นต้น

2. สิทธิในการขอสำเนาหรือการรับรองสำเนาถูกต้อง เมื่อประชาชนได้ใช้สิทธิเข้าตรวจดูแล้ว หากสนใจข้อมูลข่าวสารของราชการเรื่องใด ก็มีสิทธิที่จะขอสำเนา และขอให้รับรองสำเนาถูกต้อง จากหน่วยงานของรัฐในเรื่องนั้นได้

สิทธิของประชาชนที่จะยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารเรื่องหนึ่งเรื่องใดตามที่ตนเองประสงค์จะรู้หรือเพื่อนำไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รู้หรือพิทักษ์สิทธิของตนเองหรือชุมชน หรือสังคม

1. ประชาชนมีสิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารได้ทุกเรื่อง สิทธิในการยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารนี้ ถือว่าเป็นไปตามมาตรา 11 ของกฎหมาย ที่ประชาชนมีสิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารของราชการได้ทุกเรื่อง โดยกฎหมายไม่ได้จำกัดหรือข้อห้ามว่าไม่ให้ยื่นคำขอข่าวสารประเภทใดเรื่องใด และผู้ใช้สิทธิ์ยื่นคำขอตามกฎหมายนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้ส่วนเสียเช่นเดียวกับสิทธิเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสาร

2. ประชาชนได้ใช้สิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสาร โดยเขียนคำขอให้เข้าใจได้พอสมควรว่าขอข้อมูลข่าวสารเรื่องใด หน่วยงานของรัฐจะต้องจัดให้ในเวลาอันสมควร กฎหมายได้บัญญัติรับรองสิทธิการขอข้อมูลข่าวสารของทางราชการไว้ว่า ถ้าประชาชนได้เขียนคำขอให้เข้าใจได้พอสมควรว่าข้อมูลข่าวสารเรื่องใด หน่วยงานของรัฐผู้รับผิดชอบจะต้องจัดหาข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนที่ยื่นคำขอในเวลาอันควรด้วยเช่นกัน โดยในปีงบประมาณ 2548 คณะรัฐมนตรีได้มติให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติดังนี้

         2.1 กรณีที่ประชาชนขอข้อมูลข่าวสารของรัฐ ซึ่งข้อมูลข่าวสารนั้นหน่วยงานของรัฐมีข้อมูลพร้อมที่จะจัดหาให้ได้ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วภายในวันที่ขอรับบริการ

        2.2 กรณีที่ข้อมูลข่าวสารที่ขอมีจำนวนมาก หรือไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน 15 วันทำการ จะต้องแจ้งผู้ขอข้อมูลทราบภายใน 15 วันทำการ รวมทั้งแจ้งกำหนดวันที่จะดำเนินการแล้วเสร็จให้ผู้ขอทราบด้วย

        2.3 กรณีที่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอ จะต้องแจ้งคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลพร้อมเหตุผลให้ผู้ขอข้อมูลทราบภายใน 15 วันทำการนับจากวันที่ได้รับคำขอ

3. การใช้สิทธิขอข้อมูลข่าวสารของประชาชน ต้องไม่บ่อยครั้งหรือจำนวนมากโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร แม้ว่าสิทธิการยื่นขอข้อมูลข่าวสารของประชาชน ซึ่งกฎหมายรองรับให้เป็นสิทธิของคนทุกคนโดยไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้เสีย แต่ถ้าประชาชนยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หน่วยงานของรัฐก็อาจให้เหตุผลนี้ 

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอบต.โพธิ์สัย คลิก

สิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของทางราชการของประชาชน

            พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540 เป็นกฎหมายที่มีขึ้นรองรับ สิทธิได้รู้” (Right to Know) ของประชาชนหรือสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐ และกำหนดหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อรองรับและคุ้มครองสิทธิของประชาชนไปพร้อมกัน โดยแนวคิดหลักของกฎหมายของข้อมูลข่าวสารของราชการ ดังนี้

1. ให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานต่างๆ ของรัฐ โดยกำหนดข้อยกเว้นให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนใช้สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการมีส่วนร่วม ในการกำหนดนโยบายและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้เป็นไปอย่างโปร่งใสอันเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาสังคมประชาธิปไตย

2. รองรับสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐได้แก่ สิทธิในการขอคำปรึกษา สิทธิในการตรวจดูข้อมูล สิทธิในการข้อมูลข่าวสารอื่นใดของราชการ สิทธิในการขอสำเนาหรือสำเนาที่มีการรับรองสิทธิในการได้รู้ถึงข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในการดำเนินการแทนผู้เยาว์ สิทธิในการร้องเรียน และสิทธิในการอุธรณ์

3. ข้อมูลข่าวสารของราชการเกือบทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ สามารถเปิดเผยได้ภายใต้หลักการที่ว่า เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้นโดยข้อยกเว้นจะมีได้ เฉพาะที่กฎหมายกำหนดว่าไม่ต้องเปิดเผยเท่านั้น

สิทธิของประชาชน

พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ได้กำหนดสิทธิของประชาชน ดังนี้

สิทธิของประชาชนในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการของหน่วยงานของรัฐ 

1. สิทธิการเข้าตรวจดู สิทธิในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ประชาชนสามารถทำได้ แม้ว่าจะไม่มีส่วนได้เสีย เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารนั้น โดยกฎหมายได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจะต้องเตรียมข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยตามที่กฎหมายกำหนด ไว้ตามมาตรา 9 นำไปรวมไว้ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ เช่น แผนงานโครงการและงบประมาณ สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะผูกขาดตัดตอน เป็นต้น

2. สิทธิในการขอสำเนาหรือการรับรองสำเนาถูกต้อง เมื่อประชาชนได้ใช้สิทธิเข้าตรวจดูแล้ว หากสนใจข้อมูลข่าวสารของราชการเรื่องใด ก็มีสิทธิที่จะขอสำเนา และขอให้รับรองสำเนาถูกต้อง จากหน่วยงานของรัฐในเรื่องนั้นได้

สิทธิของประชาชนที่จะยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารเรื่องหนึ่งเรื่องใดตามที่ตนเองประสงค์จะรู้หรือเพื่อนำไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รู้หรือพิทักษ์สิทธิของตนเองหรือชุมชน หรือสังคม

1. ประชาชนมีสิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารได้ทุกเรื่อง สิทธิในการยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารนี้ ถือว่าเป็นไปตามมาตรา 11 ของกฎหมาย ที่ประชาชนมีสิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารของราชการได้ทุกเรื่อง โดยกฎหมายไม่ได้จำกัดหรือข้อห้ามว่าไม่ให้ยื่นคำขอข่าวสารประเภทใดเรื่องใด และผู้ใช้สิทธิ์ยื่นคำขอตามกฎหมายนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้ส่วนเสียเช่นเดียวกับสิทธิเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสาร

2. ประชาชนได้ใช้สิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสาร โดยเขียนคำขอให้เข้าใจได้พอสมควรว่าขอข้อมูลข่าวสารเรื่องใด หน่วยงานของรัฐจะต้องจัดให้ในเวลาอันสมควร กฎหมายได้บัญญัติรับรองสิทธิการขอข้อมูลข่าวสารของทางราชการไว้ว่า ถ้าประชาชนได้เขียนคำขอให้เข้าใจได้พอสมควรว่าข้อมูลข่าวสารเรื่องใด หน่วยงานของรัฐผู้รับผิดชอบจะต้องจัดหาข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนที่ยื่นคำขอในเวลาอันควรด้วยเช่นกัน โดยในปีงบประมาณ 2548 คณะรัฐมนตรีได้มติให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติดังนี้

         2.1 กรณีที่ประชาชนขอข้อมูลข่าวสารของรัฐ ซึ่งข้อมูลข่าวสารนั้นหน่วยงานของรัฐมีข้อมูลพร้อมที่จะจัดหาให้ได้ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วภายในวันที่ขอรับบริการ

        2.2 กรณีที่ข้อมูลข่าวสารที่ขอมีจำนวนมาก หรือไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน 15 วันทำการ จะต้องแจ้งผู้ขอข้อมูลทราบภายใน 15 วันทำการ รวมทั้งแจ้งกำหนดวันที่จะดำเนินการแล้วเสร็จให้ผู้ขอทราบด้วย

        2.3 กรณีที่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอ จะต้องแจ้งคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลพร้อมเหตุผลให้ผู้ขอข้อมูลทราบภายใน 15 วันทำการนับจากวันที่ได้รับคำขอ

3. การใช้สิทธิขอข้อมูลข่าวสารของประชาชน ต้องไม่บ่อยครั้งหรือจำนวนมากโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร แม้ว่าสิทธิการยื่นขอข้อมูลข่าวสารของประชาชน ซึ่งกฎหมายรองรับให้เป็นสิทธิของคนทุกคนโดยไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้เสีย แต่ถ้าประชาชนยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หน่วยงานของรัฐก็อาจให้เหตุผลนี้ 

../add_file/

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอบต.โพธิ์สัย คลิก

สิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของทางราชการของประชาชน

            พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540 เป็นกฎหมายที่มีขึ้นรองรับ สิทธิได้รู้” (Right to Know) ของประชาชนหรือสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐ และกำหนดหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อรองรับและคุ้มครองสิทธิของประชาชนไปพร้อมกัน โดยแนวคิดหลักของกฎหมายของข้อมูลข่าวสารของราชการ ดังนี้

1. ให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานต่างๆ ของรัฐ โดยกำหนดข้อยกเว้นให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนใช้สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการมีส่วนร่วม ในการกำหนดนโยบายและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้เป็นไปอย่างโปร่งใสอันเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาสังคมประชาธิปไตย

2. รองรับสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐได้แก่ สิทธิในการขอคำปรึกษา สิทธิในการตรวจดูข้อมูล สิทธิในการข้อมูลข่าวสารอื่นใดของราชการ สิทธิในการขอสำเนาหรือสำเนาที่มีการรับรองสิทธิในการได้รู้ถึงข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในการดำเนินการแทนผู้เยาว์ สิทธิในการร้องเรียน และสิทธิในการอุธรณ์

3. ข้อมูลข่าวสารของราชการเกือบทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ สามารถเปิดเผยได้ภายใต้หลักการที่ว่า เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้นโดยข้อยกเว้นจะมีได้ เฉพาะที่กฎหมายกำหนดว่าไม่ต้องเปิดเผยเท่านั้น

สิทธิของประชาชน

พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ได้กำหนดสิทธิของประชาชน ดังนี้

สิทธิของประชาชนในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการของหน่วยงานของรัฐ 

1. สิทธิการเข้าตรวจดู สิทธิในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ประชาชนสามารถทำได้ แม้ว่าจะไม่มีส่วนได้เสีย เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารนั้น โดยกฎหมายได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจะต้องเตรียมข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยตามที่กฎหมายกำหนด ไว้ตามมาตรา 9 นำไปรวมไว้ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ เช่น แผนงานโครงการและงบประมาณ สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะผูกขาดตัดตอน เป็นต้น

2. สิทธิในการขอสำเนาหรือการรับรองสำเนาถูกต้อง เมื่อประชาชนได้ใช้สิทธิเข้าตรวจดูแล้ว หากสนใจข้อมูลข่าวสารของราชการเรื่องใด ก็มีสิทธิที่จะขอสำเนา และขอให้รับรองสำเนาถูกต้อง จากหน่วยงานของรัฐในเรื่องนั้นได้

สิทธิของประชาชนที่จะยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารเรื่องหนึ่งเรื่องใดตามที่ตนเองประสงค์จะรู้หรือเพื่อนำไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รู้หรือพิทักษ์สิทธิของตนเองหรือชุมชน หรือสังคม

1. ประชาชนมีสิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารได้ทุกเรื่อง สิทธิในการยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารนี้ ถือว่าเป็นไปตามมาตรา 11 ของกฎหมาย ที่ประชาชนมีสิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารของราชการได้ทุกเรื่อง โดยกฎหมายไม่ได้จำกัดหรือข้อห้ามว่าไม่ให้ยื่นคำขอข่าวสารประเภทใดเรื่องใด และผู้ใช้สิทธิ์ยื่นคำขอตามกฎหมายนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้ส่วนเสียเช่นเดียวกับสิทธิเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสาร

2. ประชาชนได้ใช้สิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสาร โดยเขียนคำขอให้เข้าใจได้พอสมควรว่าขอข้อมูลข่าวสารเรื่องใด หน่วยงานของรัฐจะต้องจัดให้ในเวลาอันสมควร กฎหมายได้บัญญัติรับรองสิทธิการขอข้อมูลข่าวสารของทางราชการไว้ว่า ถ้าประชาชนได้เขียนคำขอให้เข้าใจได้พอสมควรว่าข้อมูลข่าวสารเรื่องใด หน่วยงานของรัฐผู้รับผิดชอบจะต้องจัดหาข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนที่ยื่นคำขอในเวลาอันควรด้วยเช่นกัน โดยในปีงบประมาณ 2548 คณะรัฐมนตรีได้มติให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติดังนี้

         2.1 กรณีที่ประชาชนขอข้อมูลข่าวสารของรัฐ ซึ่งข้อมูลข่าวสารนั้นหน่วยงานของรัฐมีข้อมูลพร้อมที่จะจัดหาให้ได้ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วภายในวันที่ขอรับบริการ

        2.2 กรณีที่ข้อมูลข่าวสารที่ขอมีจำนวนมาก หรือไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน 15 วันทำการ จะต้องแจ้งผู้ขอข้อมูลทราบภายใน 15 วันทำการ รวมทั้งแจ้งกำหนดวันที่จะดำเนินการแล้วเสร็จให้ผู้ขอทราบด้วย

        2.3 กรณีที่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอ จะต้องแจ้งคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลพร้อมเหตุผลให้ผู้ขอข้อมูลทราบภายใน 15 วันทำการนับจากวันที่ได้รับคำขอ

3. การใช้สิทธิขอข้อมูลข่าวสารของประชาชน ต้องไม่บ่อยครั้งหรือจำนวนมากโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร แม้ว่าสิทธิการยื่นขอข้อมูลข่าวสารของประชาชน ซึ่งกฎหมายรองรับให้เป็นสิทธิของคนทุกคนโดยไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้เสีย แต่ถ้าประชาชนยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หน่วยงานของรัฐก็อาจให้เหตุผลนี้ 



ชื่อไฟล์ : สิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของทางราชการของประชาชน พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540 เป็นกฎหมายที่มีขึ้นรองรับ “สิทธิได้รู้” (Right to Know) ของประชาชนหรือสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐ และกำหนดหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อรองรับและคุ้มครองสิทธิของประชาชนไปพร้อมกัน โดยแนวคิดหลักของกฎหมายของข้อมูลข่าวสารของราชการ ดังนี้ 1. ให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานต่างๆ ของรัฐ โดยกำหนดข้อยกเว้นให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนใช้สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการมีส่วนร่วม ในการกำหนดนโยบายและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้เป็นไปอย่างโปร่งใสอันเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาสังคมประชาธิปไตย 2. รองรับสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐได้แก่ สิทธิในการขอคำปรึกษา สิทธิในการตรวจดูข้อมูล สิทธิในการข้อมูลข่าวสารอื่นใดของราชการ สิทธิในการขอสำเนาหรือสำเนาที่มีการรับรองสิทธิในการได้รู้ถึงข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในการดำเนินการแทนผู้เยาว์ สิทธิในการร้องเรียน และสิทธิในการอุธรณ์ 3. ข้อมูลข่าวสารของราชการเกือบทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ สามารถเปิดเผยได้ภายใต้หลักการที่ว่า “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น” โดยข้อยกเว้นจะมีได้ เฉพาะที่กฎหมายกำหนดว่าไม่ต้องเปิดเผยเท่านั้น สิทธิของประชาชน พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ได้กำหนดสิทธิของประชาชน ดังนี้ สิทธิของประชาชนในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการของหน่วยงานของรัฐ 1. สิทธิการเข้าตรวจดู สิทธิในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ประชาชนสามารถทำได้ แม้ว่าจะไม่มีส่วนได้เสีย เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารนั้น โดยกฎหมายได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจะต้องเตรียมข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยตามที่กฎหมายกำหนด ไว้ตามมาตรา 9 นำไปรวมไว้ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ เช่น แผนงานโครงการและงบประมาณ สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะผูกขาดตัดตอน เป็นต้น 2. สิทธิในการขอสำเนาหรือการรับรองสำเนาถูกต้อง เมื่อประชาชนได้ใช้สิทธิเข้าตรวจดูแล้ว หากสนใจข้อมูลข่าวสารของราชการเรื่องใด ก็มีสิทธิที่จะขอสำเนา และขอให้รับรองสำเนาถูกต้อง จากหน่วยงานของรัฐในเรื่องนั้นได้ สิทธิของประชาชนที่จะยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารเรื่องหนึ่งเรื่องใดตามที่ตนเองประสงค์จะรู้หรือเพื่อนำไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รู้หรือพิทักษ์สิทธิของตนเองหรือชุมชน หรือสังคม 1. ประชาชนมีสิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารได้ทุกเรื่อง สิทธิในการยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารนี้ ถือว่าเป็นไปตามมาตรา 11 ของกฎหมาย ที่ประชาชนมีสิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารของราชการได้ทุกเรื่อง โดยกฎหมายไม่ได้จำกัดหรือข้อห้ามว่าไม่ให้ยื่นคำขอข่าวสารประเภทใดเรื่องใด และผู้ใช้สิทธิ์ยื่นคำขอตามกฎหมายนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้ส่วนเสียเช่นเดียวกับสิทธิเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสาร 2. ประชาชนได้ใช้สิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสาร โดยเขียนคำขอให้เข้าใจได้พอสมควรว่าขอข้อมูลข่าวสารเรื่องใด หน่วยงานของรัฐจะต้องจัดให้ในเวลาอันสมควร กฎหมายได้บัญญัติรับรองสิทธิการขอข้อมูลข่าวสารของทางราชการไว้ว่า ถ้าประชาชนได้เขียนคำขอให้เข้าใจได้พอสมควรว่าข้อมูลข่าวสารเรื่องใด หน่วยงานของรัฐผู้รับผิดชอบจะต้องจัดหาข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนที่ยื่นคำขอในเวลาอันควรด้วยเช่นกัน โดยในปีงบประมาณ 2548 คณะรัฐมนตรีได้มติให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติดังนี้ 2.1 กรณีที่ประชาชนขอข้อมูลข่าวสารของรัฐ ซึ่งข้อมูลข่าวสารนั้นหน่วยงานของรัฐมีข้อมูลพร้อมที่จะจัดหาให้ได้ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วภายในวันที่ขอรับบริการ 2.2 กรณีที่ข้อมูลข่าวสารที่ขอมีจำนวนมาก หรือไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน 15 วันทำการ จะต้องแจ้งผู้ขอข้อมูลทราบภายใน 15 วันทำการ รวมทั้งแจ้งกำหนดวันที่จะดำเนินการแล้วเสร็จให้ผู้ขอทราบด้วย 2.3 กรณีที่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอ จะต้องแจ้งคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลพร้อมเหตุผลให้ผู้ขอข้อมูลทราบภายใน 15 วันทำการนับจากวันที่ได้รับคำขอ 3. การใช้สิทธิขอข้อมูลข่าวสารของประชาชน ต้องไม่บ่อยครั้งหรือจำนวนมากโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร แม้ว่าสิทธิการยื่นขอข้อมูลข่าวสารของประชาชน ซึ่งกฎหมายรองรับให้เป็นสิทธิของคนทุกคนโดยไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้เสีย แต่ถ้าประชาชนยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หน่วยงานของรัฐก็อาจให้เหตุผลนี้ ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: สิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของทางราชการของประชาชน พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540 เป็นกฎหมายที่มีขึ้นรองรับ “สิทธิได้รู้” (Right to Know) ของประชาชนหรือสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐ และกำหนดหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อรองรับและคุ้มครองสิทธิของประชาชนไปพร้อมกัน โดยแนวคิดหลักของกฎหมายของข้อมูลข่าวสารของราชการ ดังนี้ 1. ให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานต่างๆ ของรัฐ โดยกำหนดข้อยกเว้นให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนใช้สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการมีส่วนร่วม ในการกำหนดนโยบายและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้เป็นไปอย่างโปร่งใสอันเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาสังคมประชาธิปไตย 2. รองรับสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐได้แก่ สิทธิในการขอคำปรึกษา สิทธิในการตรวจดูข้อมูล สิทธิในการข้อมูลข่าวสารอื่นใดของราชการ สิทธิในการขอสำเนาหรือสำเนาที่มีการรับรองสิทธิในการได้รู้ถึงข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในการดำเนินการแทนผู้เยาว์ สิทธิในการร้องเรียน และสิทธิในการอุธรณ์ 3. ข้อมูลข่าวสารของราชการเกือบทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ สามารถเปิดเผยได้ภายใต้หลักการที่ว่า “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น” โดยข้อยกเว้นจะมีได้ เฉพาะที่กฎหมายกำหนดว่าไม่ต้องเปิดเผยเท่านั้น สิทธิของประชาชน พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ได้กำหนดสิทธิของประชาชน ดังนี้ สิทธิของประชาชนในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการของหน่วยงานของรัฐ 1. สิทธิการเข้าตรวจดู สิทธิในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ประชาชนสามารถทำได้ แม้ว่าจะไม่มีส่วนได้เสีย เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารนั้น โดยกฎหมายได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจะต้องเตรียมข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยตามที่กฎหมายกำหนด ไว้ตามมาตรา 9 นำไปรวมไว้ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ เช่น แผนงานโครงการและงบประมาณ สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะผูกขาดตัดตอน เป็นต้น 2. สิทธิในการขอสำเนาหรือการรับรองสำเนาถูกต้อง เมื่อประชาชนได้ใช้สิทธิเข้าตรวจดูแล้ว หากสนใจข้อมูลข่าวสารของราชการเรื่องใด ก็มีสิทธิที่จะขอสำเนา และขอให้รับรองสำเนาถูกต้อง จากหน่วยงานของรัฐในเรื่องนั้นได้ สิทธิของประชาชนที่จะยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารเรื่องหนึ่งเรื่องใดตามที่ตนเองประสงค์จะรู้หรือเพื่อนำไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รู้หรือพิทักษ์สิทธิของตนเองหรือชุมชน หรือสังคม 1. ประชาชนมีสิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารได้ทุกเรื่อง สิทธิในการยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารนี้ ถือว่าเป็นไปตามมาตรา 11 ของกฎหมาย ที่ประชาชนมีสิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารของราชการได้ทุกเรื่อง โดยกฎหมายไม่ได้จำกัดหรือข้อห้ามว่าไม่ให้ยื่นคำขอข่าวสารประเภทใดเรื่องใด และผู้ใช้สิทธิ์ยื่นคำขอตามกฎหมายนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้ส่วนเสียเช่นเดียวกับสิทธิเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสาร 2. ประชาชนได้ใช้สิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสาร โดยเขียนคำขอให้เข้าใจได้พอสมควรว่าขอข้อมูลข่าวสารเรื่องใด หน่วยงานของรัฐจะต้องจัดให้ในเวลาอันสมควร กฎหมายได้บัญญัติรับรองสิทธิการขอข้อมูลข่าวสารของทางราชการไว้ว่า ถ้าประชาชนได้เขียนคำขอให้เข้าใจได้พอสมควรว่าข้อมูลข่าวสารเรื่องใด หน่วยงานของรัฐผู้รับผิดชอบจะต้องจัดหาข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนที่ยื่นคำขอในเวลาอันควรด้วยเช่นกัน โดยในปีงบประมาณ 2548 คณะรัฐมนตรีได้มติให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติดังนี้ 2.1 กรณีที่ประชาชนขอข้อมูลข่าวสารของรัฐ ซึ่งข้อมูลข่าวสารนั้นหน่วยงานของรัฐมีข้อมูลพร้อมที่จะจัดหาให้ได้ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วภายในวันที่ขอรับบริการ 2.2 กรณีที่ข้อมูลข่าวสารที่ขอมีจำนวนมาก หรือไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน 15 วันทำการ จะต้องแจ้งผู้ขอข้อมูลทราบภายใน 15 วันทำการ รวมทั้งแจ้งกำหนดวันที่จะดำเนินการแล้วเสร็จให้ผู้ขอทราบด้วย 2.3 กรณีที่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอ จะต้องแจ้งคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลพร้อมเหตุผลให้ผู้ขอข้อมูลทราบภายใน 15 วันทำการนับจากวันที่ได้รับคำขอ 3. การใช้สิทธิขอข้อมูลข่าวสารของประชาชน ต้องไม่บ่อยครั้งหรือจำนวนมากโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร แม้ว่าสิทธิการยื่นขอข้อมูลข่าวสารของประชาชน ซึ่งกฎหมายรองรับให้เป็นสิทธิของคนทุกคนโดยไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้เสีย แต่ถ้าประชาชนยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หน่วยงานของรัฐก็อาจให้เหตุผลนี้ ../add_file/สิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของทางราชการของประชาชน พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540 เป็นกฎหมายที่มีขึ้นรองรับ “สิทธิได้รู้” (Right to Know) ของประชาชนหรือสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐ และกำหนดหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อรองรับและคุ้มครองสิทธิของประชาชนไปพร้อมกัน โดยแนวคิดหลักของกฎหมายของข้อมูลข่าวสารของราชการ ดังนี้ 1. ให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานต่างๆ ของรัฐ โดยกำหนดข้อยกเว้นให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนใช้สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการมีส่วนร่วม ในการกำหนดนโยบายและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้เป็นไปอย่างโปร่งใสอันเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาสังคมประชาธิปไตย 2. รองรับสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐได้แก่ สิทธิในการขอคำปรึกษา สิทธิในการตรวจดูข้อมูล สิทธิในการข้อมูลข่าวสารอื่นใดของราชการ สิทธิในการขอสำเนาหรือสำเนาที่มีการรับรองสิทธิในการได้รู้ถึงข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในการดำเนินการแทนผู้เยาว์ สิทธิในการร้องเรียน และสิทธิในการอุธรณ์ 3. ข้อมูลข่าวสารของราชการเกือบทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ สามารถเปิดเผยได้ภายใต้หลักการที่ว่า “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น” โดยข้อยกเว้นจะมีได้ เฉพาะที่กฎหมายกำหนดว่าไม่ต้องเปิดเผยเท่านั้น สิทธิของประชาชน พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ได้กำหนดสิทธิของประชาชน ดังนี้ สิทธิของประชาชนในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการของหน่วยงานของรัฐ 1. สิทธิการเข้าตรวจดู สิทธิในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ประชาชนสามารถทำได้ แม้ว่าจะไม่มีส่วนได้เสีย เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารนั้น โดยกฎหมายได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจะต้องเตรียมข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยตามที่กฎหมายกำหนด ไว้ตามมาตรา 9 นำไปรวมไว้ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ เช่น แผนงานโครงการและงบประมาณ สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะผูกขาดตัดตอน เป็นต้น 2. สิทธิในการขอสำเนาหรือการรับรองสำเนาถูกต้อง เมื่อประชาชนได้ใช้สิทธิเข้าตรวจดูแล้ว หากสนใจข้อมูลข่าวสารของราชการเรื่องใด ก็มีสิทธิที่จะขอสำเนา และขอให้รับรองสำเนาถูกต้อง จากหน่วยงานของรัฐในเรื่องนั้นได้ สิทธิของประชาชนที่จะยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารเรื่องหนึ่งเรื่องใดตามที่ตนเองประสงค์จะรู้หรือเพื่อนำไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รู้หรือพิทักษ์สิทธิของตนเองหรือชุมชน หรือสังคม 1. ประชาชนมีสิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารได้ทุกเรื่อง สิทธิในการยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารนี้ ถือว่าเป็นไปตามมาตรา 11 ของกฎหมาย ที่ประชาชนมีสิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารของราชการได้ทุกเรื่อง โดยกฎหมายไม่ได้จำกัดหรือข้อห้ามว่าไม่ให้ยื่นคำขอข่าวสารประเภทใดเรื่องใด และผู้ใช้สิทธิ์ยื่นคำขอตามกฎหมายนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้ส่วนเสียเช่นเดียวกับสิทธิเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสาร 2. ประชาชนได้ใช้สิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสาร โดยเขียนคำขอให้เข้าใจได้พอสมควรว่าขอข้อมูลข่าวสารเรื่องใด หน่วยงานของรัฐจะต้องจัดให้ในเวลาอันสมควร กฎหมายได้บัญญัติรับรองสิทธิการขอข้อมูลข่าวสารของทางราชการไว้ว่า ถ้าประชาชนได้เขียนคำขอให้เข้าใจได้พอสมควรว่าข้อมูลข่าวสารเรื่องใด หน่วยงานของรัฐผู้รับผิดชอบจะต้องจัดหาข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนที่ยื่นคำขอในเวลาอันควรด้วยเช่นกัน โดยในปีงบประมาณ 2548 คณะรัฐมนตรีได้มติให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติดังนี้ 2.1 กรณีที่ประชาชนขอข้อมูลข่าวสารของรัฐ ซึ่งข้อมูลข่าวสารนั้นหน่วยงานของรัฐมีข้อมูลพร้อมที่จะจัดหาให้ได้ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วภายในวันที่ขอรับบริการ 2.2 กรณีที่ข้อมูลข่าวสารที่ขอมีจำนวนมาก หรือไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน 15 วันทำการ จะต้องแจ้งผู้ขอข้อมูลทราบภายใน 15 วันทำการ รวมทั้งแจ้งกำหนดวันที่จะดำเนินการแล้วเสร็จให้ผู้ขอทราบด้วย 2.3 กรณีที่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอ จะต้องแจ้งคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลพร้อมเหตุผลให้ผู้ขอข้อมูลทราบภายใน 15 วันทำการนับจากวันที่ได้รับคำขอ 3. การใช้สิทธิขอข้อมูลข่าวสารของประชาชน ต้องไม่บ่อยครั้งหรือจำนวนมากโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร แม้ว่าสิทธิการยื่นขอข้อมูลข่าวสารของประชาชน ซึ่งกฎหมายรองรับให้เป็นสิทธิของคนทุกคนโดยไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้เสีย แต่ถ้าประชาชนยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หน่วยงานของรัฐก็อาจให้เหตุผลนี้

ชื่อไฟล์ : สิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของทางราชการของประชาชน พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540 เป็นกฎหมายที่มีขึ้นรองรับ “สิทธิได้รู้” (Right to Know) ของประชาชนหรือสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐ และกำหนดหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อรองรับและคุ้มครองสิทธิของประชาชนไปพร้อมกัน โดยแนวคิดหลักของกฎหมายของข้อมูลข่าวสารของราชการ ดังนี้ 1. ให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานต่างๆ ของรัฐ โดยกำหนดข้อยกเว้นให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนใช้สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการมีส่วนร่วม ในการกำหนดนโยบายและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้เป็นไปอย่างโปร่งใสอันเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาสังคมประชาธิปไตย 2. รองรับสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐได้แก่ สิทธิในการขอคำปรึกษา สิทธิในการตรวจดูข้อมูล สิทธิในการข้อมูลข่าวสารอื่นใดของราชการ สิทธิในการขอสำเนาหรือสำเนาที่มีการรับรองสิทธิในการได้รู้ถึงข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในการดำเนินการแทนผู้เยาว์ สิทธิในการร้องเรียน และสิทธิในการอุธรณ์ 3. ข้อมูลข่าวสารของราชการเกือบทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ สามารถเปิดเผยได้ภายใต้หลักการที่ว่า “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น” โดยข้อยกเว้นจะมีได้ เฉพาะที่กฎหมายกำหนดว่าไม่ต้องเปิดเผยเท่านั้น สิทธิของประชาชน พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ได้กำหนดสิทธิของประชาชน ดังนี้ สิทธิของประชาชนในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการของหน่วยงานของรัฐ 1. สิทธิการเข้าตรวจดู สิทธิในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ประชาชนสามารถทำได้ แม้ว่าจะไม่มีส่วนได้เสีย เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารนั้น โดยกฎหมายได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจะต้องเตรียมข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยตามที่กฎหมายกำหนด ไว้ตามมาตรา 9 นำไปรวมไว้ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ เช่น แผนงานโครงการและงบประมาณ สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะผูกขาดตัดตอน เป็นต้น 2. สิทธิในการขอสำเนาหรือการรับรองสำเนาถูกต้อง เมื่อประชาชนได้ใช้สิทธิเข้าตรวจดูแล้ว หากสนใจข้อมูลข่าวสารของราชการเรื่องใด ก็มีสิทธิที่จะขอสำเนา และขอให้รับรองสำเนาถูกต้อง จากหน่วยงานของรัฐในเรื่องนั้นได้ สิทธิของประชาชนที่จะยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารเรื่องหนึ่งเรื่องใดตามที่ตนเองประสงค์จะรู้หรือเพื่อนำไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รู้หรือพิทักษ์สิทธิของตนเองหรือชุมชน หรือสังคม 1. ประชาชนมีสิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารได้ทุกเรื่อง สิทธิในการยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารนี้ ถือว่าเป็นไปตามมาตรา 11 ของกฎหมาย ที่ประชาชนมีสิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารของราชการได้ทุกเรื่อง โดยกฎหมายไม่ได้จำกัดหรือข้อห้ามว่าไม่ให้ยื่นคำขอข่าวสารประเภทใดเรื่องใด และผู้ใช้สิทธิ์ยื่นคำขอตามกฎหมายนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้ส่วนเสียเช่นเดียวกับสิทธิเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสาร 2. ประชาชนได้ใช้สิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสาร โดยเขียนคำขอให้เข้าใจได้พอสมควรว่าขอข้อมูลข่าวสารเรื่องใด หน่วยงานของรัฐจะต้องจัดให้ในเวลาอันสมควร กฎหมายได้บัญญัติรับรองสิทธิการขอข้อมูลข่าวสารของทางราชการไว้ว่า ถ้าประชาชนได้เขียนคำขอให้เข้าใจได้พอสมควรว่าข้อมูลข่าวสารเรื่องใด หน่วยงานของรัฐผู้รับผิดชอบจะต้องจัดหาข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนที่ยื่นคำขอในเวลาอันควรด้วยเช่นกัน โดยในปีงบประมาณ 2548 คณะรัฐมนตรีได้มติให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติดังนี้ 2.1 กรณีที่ประชาชนขอข้อมูลข่าวสารของรัฐ ซึ่งข้อมูลข่าวสารนั้นหน่วยงานของรัฐมีข้อมูลพร้อมที่จะจัดหาให้ได้ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วภายในวันที่ขอรับบริการ 2.2 กรณีที่ข้อมูลข่าวสารที่ขอมีจำนวนมาก หรือไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน 15 วันทำการ จะต้องแจ้งผู้ขอข้อมูลทราบภายใน 15 วันทำการ รวมทั้งแจ้งกำหนดวันที่จะดำเนินการแล้วเสร็จให้ผู้ขอทราบด้วย 2.3 กรณีที่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอ จะต้องแจ้งคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลพร้อมเหตุผลให้ผู้ขอข้อมูลทราบภายใน 15 วันทำการนับจากวันที่ได้รับคำขอ 3. การใช้สิทธิขอข้อมูลข่าวสารของประชาชน ต้องไม่บ่อยครั้งหรือจำนวนมากโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร แม้ว่าสิทธิการยื่นขอข้อมูลข่าวสารของประชาชน ซึ่งกฎหมายรองรับให้เป็นสิทธิของคนทุกคนโดยไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้เสีย แต่ถ้าประชาชนยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หน่วยงานของรัฐก็อาจให้เหตุผลนี้ ไฟล์แนบ พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ความเป็นมาของศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ขั้นตอนการให้บริการศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ประกาศ เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการ ประกาศ เรื่อง จัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ - คำสั่ง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบศูนย์ข้อมูลข่าวสาร องค์การบริหารส่วนตำบลอ้อมเกร็ด ปี๒๕๕๖ - คำสั่ง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบศูนย์ข้อมูลข่าวสาร องค์การบริหารส่วนตำบลอ้อมเกร็ด ปี๒๕๕๘ - คำสั่ง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบศูนย์ข้อมูลข่าวสาร องค์การบริหารส่วนตำบลอ้อมเกร็ด ปี๒๕๖๐ - คำสั่ง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบศูนย์ข้อมูลข่าวสาร องค์การบริหารส่วนตำบลอ้อมเกร็ด ปี๒๕๖๑ แบบคำขอข้อมูลข่าวสารของราชการองค์การบริหารส่วนตำบลอ้อมเกร็ด แบบฟอร์มหนังสือร้องเรียน ตาม พรบ.ข้อมูลข่าวสารฯ แบบฟอร์มหนังสืออุทธรณ์ ตาม พรบ.ข้อมูลข่าวสารฯ ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: สิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของทางราชการของประชาชน พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540 เป็นกฎหมายที่มีขึ้นรองรับ “สิทธิได้รู้” (Right to Know) ของประชาชนหรือสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐ และกำหนดหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อรองรับและคุ้มครองสิทธิของประชาชนไปพร้อมกัน โดยแนวคิดหลักของกฎหมายของข้อมูลข่าวสารของราชการ ดังนี้ 1. ให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานต่างๆ ของรัฐ โดยกำหนดข้อยกเว้นให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนใช้สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการมีส่วนร่วม ในการกำหนดนโยบายและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้เป็นไปอย่างโปร่งใสอันเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาสังคมประชาธิปไตย 2. รองรับสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐได้แก่ สิทธิในการขอคำปรึกษา สิทธิในการตรวจดูข้อมูล สิทธิในการข้อมูลข่าวสารอื่นใดของราชการ สิทธิในการขอสำเนาหรือสำเนาที่มีการรับรองสิทธิในการได้รู้ถึงข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในการดำเนินการแทนผู้เยาว์ สิทธิในการร้องเรียน และสิทธิในการอุธรณ์ 3. ข้อมูลข่าวสารของราชการเกือบทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ สามารถเปิดเผยได้ภายใต้หลักการที่ว่า “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น” โดยข้อยกเว้นจะมีได้ เฉพาะที่กฎหมายกำหนดว่าไม่ต้องเปิดเผยเท่านั้น สิทธิของประชาชน พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ได้กำหนดสิทธิของประชาชน ดังนี้ สิทธิของประชาชนในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการของหน่วยงานของรัฐ 1. สิทธิการเข้าตรวจดู สิทธิในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ประชาชนสามารถทำได้ แม้ว่าจะไม่มีส่วนได้เสีย เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารนั้น โดยกฎหมายได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจะต้องเตรียมข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยตามที่กฎหมายกำหนด ไว้ตามมาตรา 9 นำไปรวมไว้ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ เช่น แผนงานโครงการและงบประมาณ สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะผูกขาดตัดตอน เป็นต้น 2. สิทธิในการขอสำเนาหรือการรับรองสำเนาถูกต้อง เมื่อประชาชนได้ใช้สิทธิเข้าตรวจดูแล้ว หากสนใจข้อมูลข่าวสารของราชการเรื่องใด ก็มีสิทธิที่จะขอสำเนา และขอให้รับรองสำเนาถูกต้อง จากหน่วยงานของรัฐในเรื่องนั้นได้ สิทธิของประชาชนที่จะยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารเรื่องหนึ่งเรื่องใดตามที่ตนเองประสงค์จะรู้หรือเพื่อนำไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รู้หรือพิทักษ์สิทธิของตนเองหรือชุมชน หรือสังคม 1. ประชาชนมีสิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารได้ทุกเรื่อง สิทธิในการยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารนี้ ถือว่าเป็นไปตามมาตรา 11 ของกฎหมาย ที่ประชาชนมีสิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารของราชการได้ทุกเรื่อง โดยกฎหมายไม่ได้จำกัดหรือข้อห้ามว่าไม่ให้ยื่นคำขอข่าวสารประเภทใดเรื่องใด และผู้ใช้สิทธิ์ยื่นคำขอตามกฎหมายนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้ส่วนเสียเช่นเดียวกับสิทธิเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสาร 2. ประชาชนได้ใช้สิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสาร โดยเขียนคำขอให้เข้าใจได้พอสมควรว่าขอข้อมูลข่าวสารเรื่องใด หน่วยงานของรัฐจะต้องจัดให้ในเวลาอันสมควร กฎหมายได้บัญญัติรับรองสิทธิการขอข้อมูลข่าวสารของทางราชการไว้ว่า ถ้าประชาชนได้เขียนคำขอให้เข้าใจได้พอสมควรว่าข้อมูลข่าวสารเรื่องใด หน่วยงานของรัฐผู้รับผิดชอบจะต้องจัดหาข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนที่ยื่นคำขอในเวลาอันควรด้วยเช่นกัน โดยในปีงบประมาณ 2548 คณะรัฐมนตรีได้มติให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติดังนี้ 2.1 กรณีที่ประชาชนขอข้อมูลข่าวสารของรัฐ ซึ่งข้อมูลข่าวสารนั้นหน่วยงานของรัฐมีข้อมูลพร้อมที่จะจัดหาให้ได้ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วภายในวันที่ขอรับบริการ 2.2 กรณีที่ข้อมูลข่าวสารที่ขอมีจำนวนมาก หรือไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน 15 วันทำการ จะต้องแจ้งผู้ขอข้อมูลทราบภายใน 15 วันทำการ รวมทั้งแจ้งกำหนดวันที่จะดำเนินการแล้วเสร็จให้ผู้ขอทราบด้วย 2.3 กรณีที่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอ จะต้องแจ้งคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลพร้อมเหตุผลให้ผู้ขอข้อมูลทราบภายใน 15 วันทำการนับจากวันที่ได้รับคำขอ 3. การใช้สิทธิขอข้อมูลข่าวสารของประชาชน ต้องไม่บ่อยครั้งหรือจำนวนมากโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร แม้ว่าสิทธิการยื่นขอข้อมูลข่าวสารของประชาชน ซึ่งกฎหมายรองรับให้เป็นสิทธิของคนทุกคนโดยไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้เสีย แต่ถ้าประชาชนยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หน่วยงานของรัฐก็อาจให้เหตุผลนี้ ไฟล์แนบ พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ความเป็นมาของศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ขั้นตอนการให้บริการศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ประกาศ เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการ ประกาศ เรื่อง จัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ - คำสั่ง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบศูนย์ข้อมูลข่าวสาร องค์การบริหารส่วนตำบลอ้อมเกร็ด ปี๒๕๕๖ - คำสั่ง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบศูนย์ข้อมูลข่าวสาร องค์การบริหารส่วนตำบลอ้อมเกร็ด ปี๒๕๕๘ - คำสั่ง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบศูนย์ข้อมูลข่าวสาร องค์การบริหารส่วนตำบลอ้อมเกร็ด ปี๒๕๖๐ - คำสั่ง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบศูนย์ข้อมูลข่าวสาร องค์การบริหารส่วนตำบลอ้อมเกร็ด ปี๒๕๖๑ แบบคำขอข้อมูลข่าวสารของราชการองค์การบริหารส่วนตำบลอ้อมเกร็ด แบบฟอร์มหนังสือร้องเรียน ตาม พรบ.ข้อมูลข่าวสารฯ แบบฟอร์มหนังสืออุทธรณ์ ตาม พรบ.ข้อมูลข่าวสารฯ ../add_file/สิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของทางราชการของประชาชน พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540 เป็นกฎหมายที่มีขึ้นรองรับ “สิทธิได้รู้” (Right to Know) ของประชาชนหรือสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐ และกำหนดหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อรองรับและคุ้มครองสิทธิของประชาชนไปพร้อมกัน โดยแนวคิดหลักของกฎหมายของข้อมูลข่าวสารของราชการ ดังนี้ 1. ให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานต่างๆ ของรัฐ โดยกำหนดข้อยกเว้นให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนใช้สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการมีส่วนร่วม ในการกำหนดนโยบายและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้เป็นไปอย่างโปร่งใสอันเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาสังคมประชาธิปไตย 2. รองรับสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐได้แก่ สิทธิในการขอคำปรึกษา สิทธิในการตรวจดูข้อมูล สิทธิในการข้อมูลข่าวสารอื่นใดของราชการ สิทธิในการขอสำเนาหรือสำเนาที่มีการรับรองสิทธิในการได้รู้ถึงข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในการดำเนินการแทนผู้เยาว์ สิทธิในการร้องเรียน และสิทธิในการอุธรณ์ 3. ข้อมูลข่าวสารของราชการเกือบทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ สามารถเปิดเผยได้ภายใต้หลักการที่ว่า “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น” โดยข้อยกเว้นจะมีได้ เฉพาะที่กฎหมายกำหนดว่าไม่ต้องเปิดเผยเท่านั้น สิทธิของประชาชน พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ได้กำหนดสิทธิของประชาชน ดังนี้ สิทธิของประชาชนในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการของหน่วยงานของรัฐ 1. สิทธิการเข้าตรวจดู สิทธิในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ประชาชนสามารถทำได้ แม้ว่าจะไม่มีส่วนได้เสีย เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารนั้น โดยกฎหมายได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจะต้องเตรียมข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยตามที่กฎหมายกำหนด ไว้ตามมาตรา 9 นำไปรวมไว้ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ เช่น แผนงานโครงการและงบประมาณ สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะผูกขาดตัดตอน เป็นต้น 2. สิทธิในการขอสำเนาหรือการรับรองสำเนาถูกต้อง เมื่อประชาชนได้ใช้สิทธิเข้าตรวจดูแล้ว หากสนใจข้อมูลข่าวสารของราชการเรื่องใด ก็มีสิทธิที่จะขอสำเนา และขอให้รับรองสำเนาถูกต้อง จากหน่วยงานของรัฐในเรื่องนั้นได้ สิทธิของประชาชนที่จะยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารเรื่องหนึ่งเรื่องใดตามที่ตนเองประสงค์จะรู้หรือเพื่อนำไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รู้หรือพิทักษ์สิทธิของตนเองหรือชุมชน หรือสังคม 1. ประชาชนมีสิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารได้ทุกเรื่อง สิทธิในการยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารนี้ ถือว่าเป็นไปตามมาตรา 11 ของกฎหมาย ที่ประชาชนมีสิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารของราชการได้ทุกเรื่อง โดยกฎหมายไม่ได้จำกัดหรือข้อห้ามว่าไม่ให้ยื่นคำขอข่าวสารประเภทใดเรื่องใด และผู้ใช้สิทธิ์ยื่นคำขอตามกฎหมายนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้ส่วนเสียเช่นเดียวกับสิทธิเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสาร 2. ประชาชนได้ใช้สิทธิยื่นคำขอข้อมูลข่าวสาร โดยเขียนคำขอให้เข้าใจได้พอสมควรว่าขอข้อมูลข่าวสารเรื่องใด หน่วยงานของรัฐจะต้องจัดให้ในเวลาอันสมควร กฎหมายได้บัญญัติรับรองสิทธิการขอข้อมูลข่าวสารของทางราชการไว้ว่า ถ้าประชาชนได้เขียนคำขอให้เข้าใจได้พอสมควรว่าข้อมูลข่าวสารเรื่องใด หน่วยงานของรัฐผู้รับผิดชอบจะต้องจัดหาข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนที่ยื่นคำขอในเวลาอันควรด้วยเช่นกัน โดยในปีงบประมาณ 2548 คณะรัฐมนตรีได้มติให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติดังนี้ 2.1 กรณีที่ประชาชนขอข้อมูลข่าวสารของรัฐ ซึ่งข้อมูลข่าวสารนั้นหน่วยงานของรัฐมีข้อมูลพร้อมที่จะจัดหาให้ได้ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วภายในวันที่ขอรับบริการ 2.2 กรณีที่ข้อมูลข่าวสารที่ขอมีจำนวนมาก หรือไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน 15 วันทำการ จะต้องแจ้งผู้ขอข้อมูลทราบภายใน 15 วันทำการ รวมทั้งแจ้งกำหนดวันที่จะดำเนินการแล้วเสร็จให้ผู้ขอทราบด้วย 2.3 กรณีที่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอ จะต้องแจ้งคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลพร้อมเหตุผลให้ผู้ขอข้อมูลทราบภายใน 15 วันทำการนับจากวันที่ได้รับคำขอ 3. การใช้สิทธิขอข้อมูลข่าวสารของประชาชน ต้องไม่บ่อยครั้งหรือจำนวนมากโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร แม้ว่าสิทธิการยื่นขอข้อมูลข่าวสารของประชาชน ซึ่งกฎหมายรองรับให้เป็นสิทธิของคนทุกคนโดยไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้เสีย แต่ถ้าประชาชนยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หน่วยงานของรัฐก็อาจให้เหตุผลนี้ ไฟล์แนบ พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ความเป็นมาของศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ขั้นตอนการให้บริการศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ประกาศ เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการ ประกาศ เรื่อง จัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ - คำสั่ง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบศูนย์ข้อมูลข่าวสาร องค์การบริหารส่วนตำบลอ้อมเกร็ด ปี๒๕๕๖ - คำสั่ง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบศูนย์ข้อมูลข่าวสาร องค์การบริหารส่วนตำบลอ้อมเกร็ด ปี๒๕๕๘ - คำสั่ง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบศูนย์ข้อมูลข่าวสาร องค์การบริหารส่วนตำบลอ้อมเกร็ด ปี๒๕๖๐ - คำสั่ง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบศูนย์ข้อมูลข่าวสาร องค์การบริหารส่วนตำบลอ้อมเกร็ด ปี๒๕๖๑ แบบคำขอข้อมูลข่าวสารของราชการองค์การบริหารส่วนตำบลอ้อมเกร็ด แบบฟอร์มหนังสือร้องเรียน ตาม พรบ.ข้อมูลข่าวสารฯ แบบฟอร์มหนังสืออุทธรณ์ ตาม พรบ.ข้อมูลข่าวสารฯ

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ :

 

แบบฟอร์มต่างๆของท้องถิ่น

            1.แบบฟอร์มเกี่ยวกับการยื่นแบบชำระภาษีท้องถิ่น


              
1.1 แบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน  

              1.2 แบบแสดงรายการขอลดเนื้อที่ดินการเสียภาษีบำรุงท้องที่ 

              1.3 แบบแสดงรายการที่ดิน  


1.4
แบบแสดงรายการภาษีป้าย  

2. แบบฟอร์มคำร้องเกี่ยวกับการจดทะเบียนพาณิชย์


    2.1
แบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนพาณิชย์  

    2.2 ฟอร์มจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  


    2.3
หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่จดทะเบียนการค้า  


3.แบบฟอร์มการร้องเรียนร้องทุกข์


    3.1
บันทึกร้องเรียนร้องทุกข์  


4.แบบฟอร์มการขออนุญาต


    4.1
ขออนุญาตใช้เสียง 

    4.2 แบบคำขอข้อมูลข่าวสาร 

    4.3 หนังสือมอบอำนาจ  

 

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

 

แบบฟอร์มต่างๆของท้องถิ่น

            1.แบบฟอร์มเกี่ยวกับการยื่นแบบชำระภาษีท้องถิ่น


              
1.1 แบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน  

              1.2 แบบแสดงรายการขอลดเนื้อที่ดินการเสียภาษีบำรุงท้องที่ 

              1.3 แบบแสดงรายการที่ดิน  


1.4
แบบแสดงรายการภาษีป้าย  

2. แบบฟอร์มคำร้องเกี่ยวกับการจดทะเบียนพาณิชย์


    2.1
แบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนพาณิชย์  

    2.2 ฟอร์มจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  


    2.3
หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่จดทะเบียนการค้า  


3.แบบฟอร์มการร้องเรียนร้องทุกข์


    3.1
บันทึกร้องเรียนร้องทุกข์  


4.แบบฟอร์มการขออนุญาต


    4.1
ขออนุญาตใช้เสียง 

    4.2 แบบคำขอข้อมูลข่าวสาร 

    4.3 หนังสือมอบอำนาจ  

 

../add_file/

 

แบบฟอร์มต่างๆของท้องถิ่น

            1.แบบฟอร์มเกี่ยวกับการยื่นแบบชำระภาษีท้องถิ่น


              
1.1 แบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน  

              1.2 แบบแสดงรายการขอลดเนื้อที่ดินการเสียภาษีบำรุงท้องที่ 

              1.3 แบบแสดงรายการที่ดิน  


1.4
แบบแสดงรายการภาษีป้าย  

2. แบบฟอร์มคำร้องเกี่ยวกับการจดทะเบียนพาณิชย์


    2.1
แบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนพาณิชย์  

    2.2 ฟอร์มจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  


    2.3
หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่จดทะเบียนการค้า  


3.แบบฟอร์มการร้องเรียนร้องทุกข์


    3.1
บันทึกร้องเรียนร้องทุกข์  


4.แบบฟอร์มการขออนุญาต


    4.1
ขออนุญาตใช้เสียง 

    4.2 แบบคำขอข้อมูลข่าวสาร 

    4.3 หนังสือมอบอำนาจ  

 



ชื่อไฟล์ : YPBc9mvTue23008.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : 3LbI4p2Wed31803.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : l9Vr0hFMon30205.jpg

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : IZ06PGrTue112534.jpg

ชื่อไฟล์ : แจ้งคำสั่งองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิิ์สัย เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการ และคณะทำงานการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) เอกสารดังแนบ ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: แจ้งคำสั่งองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิิ์สัย เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการ และคณะทำงานการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) เอกสารดังแนบ ../add_file/แจ้งคำสั่งองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิิ์สัย เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการ และคณะทำงานการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) เอกสารดังแนบ

ชื่อไฟล์ : ZeKL3yoTue113655.jpg

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : 4waUd41Tue115205.jpg

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : GNCp9hGTue15640.jpg

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : BX4yrdZTue20200.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : PrTqlvxThu112153.jpg

ชื่อไฟล์ : ด้วยสำนักงาน ป.ป.ช ได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อทำการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ซึ่งเป็นมาตราป้องกันการทุจริตเชิงรุก ที่หน่วยงานภาครัฐ ทั่วประเทศจะต้องดำเนินการ จึงขอเชิญขวนร่วมแสดงความคิดเห็นตอบแบบวัดการรับรู้ ประจำปี 2564 ด้วยตนเอง ภายในวันที่ 30 เมษายน 2564 ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ด้วยสำนักงาน ป.ป.ช ได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อทำการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ซึ่งเป็นมาตราป้องกันการทุจริตเชิงรุก ที่หน่วยงานภาครัฐ ทั่วประเทศจะต้องดำเนินการ จึงขอเชิญขวนร่วมแสดงความคิดเห็นตอบแบบวัดการรับรู้ ประจำปี 2564 ด้วยตนเอง ภายในวันที่ 30 เมษายน 2564 ../add_file/ด้วยสำนักงาน ป.ป.ช ได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อทำการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ซึ่งเป็นมาตราป้องกันการทุจริตเชิงรุก ที่หน่วยงานภาครัฐ ทั่วประเทศจะต้องดำเนินการ จึงขอเชิญขวนร่วมแสดงความคิดเห็นตอบแบบวัดการรับรู้ ประจำปี 2564 ด้วยตนเอง ภายในวันที่ 30 เมษายน 2564

ชื่อไฟล์ : uMTyXvAMon114321.jpg

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : Hm4QxydMon114522.pdf

ชื่อไฟล์ : ให้ชาวเกษตรกร นำส่วนเกินหรือสิ่งเหลือใช้จากผลิตผลทางการเกษตรชนิดต่างๆเช่น ใบอ้อย ชานอ้อย กากน้ำตาล ฟางข้าว และซังข้าวโพด มาใช้ในด้านต่างๆให้เกิดประโยชน์หรือมูลค่าสูงสุด เพื่อมิให้สิ่งของส่วนเกินหรือเหลือใช้เหล่านั้นต้องเป็นขยะหรือสูญเปร่าที่ต้องเผาทำลายไปโดยเปล่าประโยชน์และก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การนำใบอ้อยไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าชีวมวล เป็นต้น ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ให้ชาวเกษตรกร นำส่วนเกินหรือสิ่งเหลือใช้จากผลิตผลทางการเกษตรชนิดต่างๆเช่น ใบอ้อย ชานอ้อย กากน้ำตาล ฟางข้าว และซังข้าวโพด มาใช้ในด้านต่างๆให้เกิดประโยชน์หรือมูลค่าสูงสุด เพื่อมิให้สิ่งของส่วนเกินหรือเหลือใช้เหล่านั้นต้องเป็นขยะหรือสูญเปร่าที่ต้องเผาทำลายไปโดยเปล่าประโยชน์และก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การนำใบอ้อยไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าชีวมวล เป็นต้น ../add_file/ให้ชาวเกษตรกร นำส่วนเกินหรือสิ่งเหลือใช้จากผลิตผลทางการเกษตรชนิดต่างๆเช่น ใบอ้อย ชานอ้อย กากน้ำตาล ฟางข้าว และซังข้าวโพด มาใช้ในด้านต่างๆให้เกิดประโยชน์หรือมูลค่าสูงสุด เพื่อมิให้สิ่งของส่วนเกินหรือเหลือใช้เหล่านั้นต้องเป็นขยะหรือสูญเปร่าที่ต้องเผาทำลายไปโดยเปล่าประโยชน์และก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การนำใบอ้อยไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าชีวมวล เป็นต้น

ชื่อไฟล์ : 1 ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: 1 ../add_file/1

ชื่อไฟล์ : FKT9aXeSat30115.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : 3FgwcmuSat30453.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : bb5X7aDTue30410.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ที่อยู่ 171 หมู่ที่ 4 ต.โพธิ์สัย อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด 45280 โทรศัพท์ : 0-4356-3168 โทรสาร : 0-4356-316 เว็บไซต์ www.phosai-sao.go.th ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ที่อยู่ 171 หมู่ที่ 4 ต.โพธิ์สัย อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด 45280 โทรศัพท์ : 0-4356-3168 โทรสาร : 0-4356-316 เว็บไซต์ www.phosai-sao.go.th ../add_file/องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์สัย ที่อยู่ 171 หมู่ที่ 4 ต.โพธิ์สัย อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด 45280 โทรศัพท์ : 0-4356-3168 โทรสาร : 0-4356-316 เว็บไซต์ www.phosai-sao.go.th

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : vvjhA6LThu23105.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : UvvOtgcThu23330.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : at3RUZqThu23408.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : VeFvZAMThu23439.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : 7ofGbSuFri23101.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : BTypDYlFri23427.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : Ldpq1wSFri23617.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : L8eGN0iFri23739.pdf

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : 1 ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: 1 ../add_file/1

ชื่อไฟล์ : IW1rHLPWed81501.jpg

ชื่อไฟล์ : ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ : อบต. มีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสภาตําบล และองค์การบริหารส่วนตําบล พ.ศ. 2537 และ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2542) 1. พัฒนาตําบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (มาตรา 66) 2. มีหน้าที่ต้องทําตามมาตรา 67 ดังนี้ 1. จัดให้มีและบํารุงทางน้ำและทางบก 2. การรักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดินและที่สาธารณะ รวมทั้งการกําจัดขยะมูลฝอยและสิ่ง ปฏิกูล 3. ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ 4. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั 5. ส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 6. ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุและพิการ 7. คุ้มครอง ดูแลและบํารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 8. บํารุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น 9. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมาย 3. มีหน้าที่ที่อาจทํากิจกรรมในเขต อบต. ตามมาตรา 68 ดังนี้ 1. ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคและการเกษตร 2. ให้มีและบํารุงไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น 3. ให้มีและบํารุงรักษาทางระบายน้ำ 4. ให้มีและบํารุงสถานที่ประชุม การกีฬา การพักผ่อนหย่อนใจและสวนสาธารณะ 5. ให้มีและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร และกิจการสหกรณ์ 6. ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในครอบครัว 7. บํารุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพ 8. การคุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน 9. หาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของ อบต. 10. ให้มีตลาด ท่าเทียบเรือ และท่าข้าม 11. กิจการเกี่ยวกับการพาณิชย์ 12. การท่องเที่ยว 13. การผังเมือง ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: อบต. มีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสภาตําบล และองค์การบริหารส่วนตําบล พ.ศ. 2537 และ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2542) 1. พัฒนาตําบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (มาตรา 66) 2. มีหน้าที่ต้องทําตามมาตรา 67 ดังนี้ 1. จัดให้มีและบํารุงทางน้ำและทางบก 2. การรักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดินและที่สาธารณะ รวมทั้งการกําจัดขยะมูลฝอยและสิ่ง ปฏิกูล 3. ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ 4. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั 5. ส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 6. ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุและพิการ 7. คุ้มครอง ดูแลและบํารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 8. บํารุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น 9. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมาย 3. มีหน้าที่ที่อาจทํากิจกรรมในเขต อบต. ตามมาตรา 68 ดังนี้ 1. ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคและการเกษตร 2. ให้มีและบํารุงไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น 3. ให้มีและบํารุงรักษาทางระบายน้ำ 4. ให้มีและบํารุงสถานที่ประชุม การกีฬา การพักผ่อนหย่อนใจและสวนสาธารณะ 5. ให้มีและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร และกิจการสหกรณ์ 6. ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในครอบครัว 7. บํารุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพ 8. การคุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน 9. หาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของ อบต. 10. ให้มีตลาด ท่าเทียบเรือ และท่าข้าม 11. กิจการเกี่ยวกับการพาณิชย์ 12. การท่องเที่ยว 13. การผังเมือง ../add_file/อบต. มีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสภาตําบล และองค์การบริหารส่วนตําบล พ.ศ. 2537 และ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2542) 1. พัฒนาตําบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (มาตรา 66) 2. มีหน้าที่ต้องทําตามมาตรา 67 ดังนี้ 1. จัดให้มีและบํารุงทางน้ำและทางบก 2. การรักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดินและที่สาธารณะ รวมทั้งการกําจัดขยะมูลฝอยและสิ่ง ปฏิกูล 3. ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ 4. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั 5. ส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 6. ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุและพิการ 7. คุ้มครอง ดูแลและบํารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 8. บํารุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น 9. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมาย 3. มีหน้าที่ที่อาจทํากิจกรรมในเขต อบต. ตามมาตรา 68 ดังนี้ 1. ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคและการเกษตร 2. ให้มีและบํารุงไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น 3. ให้มีและบํารุงรักษาทางระบายน้ำ 4. ให้มีและบํารุงสถานที่ประชุม การกีฬา การพักผ่อนหย่อนใจและสวนสาธารณะ 5. ให้มีและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร และกิจการสหกรณ์ 6. ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในครอบครัว 7. บํารุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพ 8. การคุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน 9. หาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของ อบต. 10. ให้มีตลาด ท่าเทียบเรือ และท่าข้าม 11. กิจการเกี่ยวกับการพาณิชย์ 12. การท่องเที่ยว 13. การผังเมือง